วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.จ่อปรับเกณฑ์ทีวีดิจิทัล"ช่องข่าว"ชงสัดส่วนรายการสาระ50%

บอร์ดกระจายเสียง เตรียมนำข้อเสนอร่างฯหลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิทัล ลดสัดส่วนผังรายการสาระ"ช่องข่าว"จาก 75% เหลือ 50%

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ...เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นร่างฯ ประกาศเกี่ยวกับวิธีการประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง โดยจะเปิดรับข้อมูลและความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมถึงวันที่ 10 ก.ค.นี้

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่าการประชุมบอร์ดกระจายเสียง เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เห็นชอบให้เตรียมนำร่างฯ ประกาศ กสทช. หลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิทัล ที่เปิดรับข้อมูลและความคิดเห็นสาธารณะ เสนอให้บอร์ดใหญ่ กสทช. พิจารณาในวันพุธ 17 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ได้นำข้อมูลความคิดเห็นจากเวทีสาธารณะและที่นำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งข้อเสนอจากสำนักงาน กสทช. มาพิจารณาเบื้องต้นในประเด็นสำคัญ การปรับสัดส่วนผังรายการ “ช่องข่าว” ซึ่งร่างฯประกาศ กำหนดให้นำเสนอเนื้อหาข่าวและสาระ 75% ลดลงเหลือ 50% เนื่องจากเป็นช่องข่าว ประเภทธุรกิจ เพื่อสร้างความแตกต่างด้านการนำเสนอเนื้อหา จากช่องบริการสาธารณะ ที่กำหนดสัดส่วนเนื้อหาข่าวและสาระประโยชน์ 75%

กสทช.กำหนดการประมูลช่องข่าว 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 220 ล้านบาท กำหนดให้เคาะเพิ่มประมูลครั้งละ 2 ล้านบาท

นอกจากนี้มีข้อเสนอให้ปรับราคาการเคาะประมูล “ช่องเด็ก” ใหม่ จากเดิมให้เคาะประมูลเพิ่มครั้ง 1 ล้านบาท ให้เคาะเพิ่มเป็นครั้งละ 2 ล้านบาท โดยกำหนดราคาตั้งเริ่มต้นประมูลเท่าเดิม คือช่องละ 140 ล้านบาท เปิดประมูล 3 ช่อง เนื่องจากมูลค่าการเคาะเพิ่มครั้งละ 1 ล้านบาทถือว่าน้อยไป อาจส่งผลให้เกิดการเคาะแข่งขันเพิ่มราคาด้วยความถี่สูง ซึ่งไม่ใช้วัตถุประสงค์หลักของการประมูลช่องทีวีดิจิทัล ของ กสทช.

อย่างไรก็ตามสำนักงาน กสทช. จะรวบรวมความคิดเห็นต่อร่างฯ ประกาศหลักเกณฑ์การประมูล เพื่อเสนอให้บอร์ด กสท. พิจารณาปรับปรุงร่างฯ ในวันจันทร์ที่ 15 ก.ค.นี้ รวมทั้งประเด็นเรื่องลดสัดส่วนรายการข่าวและสาระในช่องข่าว และการเคาะเพิ่มราคาช่องเด็ก หลังจากนั้นจะนำร่างฯ ประกาศเสนอบอร์ด กสทช. พิจารณาในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เพื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา และนำไปสู่กระบวนการประมูลที่กำหนดไว้ในราวเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้

ตั้งคณะกรรมการถกคลื่น700เมกะเฮิร์ตซ
พ.อ.นที กล่าวอีกว่าบอร์ด กสท. เห็นชอบให้เสนอ บอร์ดใหญ่ กสทช. วันที่ 17 ก.ค.นี้ เพื่อจัดตั้งคณะอนุกรรมการ ร่วมระหว่างฝั่งโทรคมนาคมและวิทยุโทรทัศน์ เพื่อศึกษาการวางกรอบการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิร์ตซใหม่ โดยการใช้คลื่นฯ ตามหลักสากล กำหนดคลื่นฯ ย่าน 470-510 เมกะเฮิร์ตซ ใช้ในกิจการโทรคมนาคม

ขณะที่คลื่นฯ ในย่านดังกล่าวในประเทศไทย ยังมีหน่วยงานราชการที่ได้รับสิทธิใช้ในกิจการโทรคมฯ รวมทั้งการใช้ในคลื่นฯ ย่าน 700 เมกะเฮิร์ตซ ที่สากลกำหนดให้เป็นคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมฯ แต่ในประเทศไทยคลื่นฯ ย่าน 700 ยังติดสัญญาสัมปทานการใช้คลื่นฯ ของช่อง 3และช่อง 7 ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ โดยจะสิ้นสุดสัมปทานในอีก 8-10 ปีจากนี้

“การใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัล หรือ digital dividend คลื่นฯย่าน 700 ในประเทศไทย ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เพราะไทยยังไม่เริ่มการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล อีกทั้งต้องรอการจัดสรรคลื่นฯใหม่ในย่าน 470-510 เมกะเฮิร์ตซก่อน รวมทั้งการเจรจายุติคลื่นฯอนาล็อก กับผู้ได้รับสัมปทานที่ได้สิทธิในการใช้คลื่นฯในย่านดังกล่าวก่อน” พ.อ.นที กล่าว

เคาะร่างฯกำกับเนื้อหา
นอกจากนี้บอร์ด กสท. ยังเห็นชอบร่าง ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหาในกิจการวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการกำกับเนื้อหาตาม มาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 โดย กสท. จะเสนอให้บอร์ด กสทช.เห็นชอบร่างฯ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

พร้อมกันนี้ บอร์ด กสท.เห็นชอบ ให้สำนักงาน กสทช.ดำเนินการปรับ ช่อง 8 บมจ.อาร์เอส ซึ่งรายการปากโป้ง ได้ออกอากาศเนื้อหารายการไม่เหมาะสม ตามมาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบฯ โดยกำหนดบทลงโทษทางการปกครอง ตามมาตรา 59 วรรค3 พ.ร.บการประกอบฯ ปี51 เป็นเงิน 5 แสนบาท และมีคำสั่งให้เตือนผู้อำนวยการสถานีช่อง8 และผู้ดำเนินรายการปากโป้ง

บอร์ด กสท. ยังได้พิจารราตัดสิทธิการขอทดลองประกอบกิจการวิทยุชุมชน ที่ไม่ได้ยื่นคำขอทดลองภายในเวลาที่กำหนด รวม 926 ราย และให้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เพื่อแจ้งให้ผู้ถูกตัดสิทธิรับทราบโดยให้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอให้ยื่นคำขอทดลองได้ใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา รวมทั้งได้พิจารณาให้ใบอนุญาต"ช่องรายการ" ทีวีดาวเทียม เพิ่มเติมอีก 173 ช่อง จากก่อนหน้านี้อนุมัติใบอนุญาตไปแล้วประมาณ 500 ช่อง