คาสิโอ เผยเศรษฐกิจญี่ปุ่นขาขึ้นเป็นปัจจัยหนุนธุรกิจขยายรุกสู่อาเซียน เตรียมเปิดตลาดใหม่ พม่า-ลาว-กัมพูชา หลังยอดขายไทยติดอันดับโลก
นายอาคิโอะ โอตะ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทคาสิโอ สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า คาสิโอ เตรียมขยายตลาดไปยัง พม่า ลาว และกัมพูชา โดยเริ่มต้นจากแนะนำสินค้ารุ่นธรรมดาสู่ตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่สูงนัก หลังจากนั้นจึงยกระดับสินค้านำรุ่น "จีช็อค" เข้าไปจำหน่าย คาดจะเริ่มต้นได้ในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ การรุกตลาดนี้ สืบเนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งปรับตัวในแนวโน้มดีต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนด้านการขยายการลงทุนในไทยและอาเซียน และที่ผ่านมา คาสิโอ ลงทุนเปิดโรงงานแห่งใหม่ใน จ.นครราชสีมา เพื่อชดเชยกับโรงงานเดิมที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ที่ประสบอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554
นายโอตะ กล่าวด้วยว่า ไทย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เป็นตลาดสำคัญซึ่งมีอัตราเติบโตสูงมากในเอเชีย โดยเฉพาะในไทยมียอดขายเติบโตรวดเร็ว 3 ปีติดต่อกัน เริ่มจากปี 2554 ที่ 3 แสนเรือน ปี 2555 ที่ 5 แสนเรือน ขณะที่ปี 2556 ตั้งเป้า 8 แสนเรือน และครึ่งปีแรกมียอดขายไปแล้วกว่า 50% หรือราว 4 แสนเรือน ทำให้ไทยเป็นตลาดติด 1 ใน 10 ของคาสิโอทั่วโลกที่มียอดขายรวม 65 ล้านเรือน
นางเยาวลักษณ์ กิจทวีสินพูน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแผนกสินค้าพิเศษ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (ซีเอ็มจี) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาจีช็อค เปิดเผยว่า แนวทางตลาดจีช็อคจากนี้จะใช้กลยุทธ์สื่อสารผ่านผู้ที่มีอิทธิพลเฉพาะในด้าน ดนตรี กีฬา ศิลปะ และแฟชั่น ภายใต้งบการตลาด 5-10% ของยอดขาย โดยล่าสุดแบ่ง 5 ล้านบาท จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปี จี ช็อค ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ ช็อค เดอะ เวิลด์ แบงคอก 2013 ซึ่งผลิตเพียง 300 เรือน ในราคาราว 6,000 บาท
นอกจากนี้ เตรียมขยายตลาดต่างจังหวัดด้วยการเปิดร้านจำหน่ายนาฬิกาคาสิโอ และร่วมกับร้านค้าที่มีอยู่ใน จ.สกลนคร ต่อเนื่องจากที่มีอยู่แล้วใน เชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก และภูเก็ต โดยในยอดขาย 4 แสนเรือนในครึ่งปีแรก มีสัดส่วนการขายของ จี ช็อค ประมาณ 40% เติบโตเฉลี่ยปีละ 50%
ทั้งนี้ ประเมินกำลังซื้อช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าสินค้าที่มีแบรนด์ยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลักชัวรีที่มักจะไม่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวอยู่แล้ว






