ตลาดเปิดบวกในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชีย แต่พลิกกลับมาปรับตัวลงแรง
NIKKEI 14,018.93 -0.3%
ปิดลบพร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจาก
1.กลุ่มผู้ผลิตเหล็ก และยางรถยนต์ ปรับตัวลงแรง นำโดย Bridgestone Corp. -1.2% ซึ่งวานนี้ปรับตัวขึ้นกว่า +5.6% เช่นเดียวกับ Sumitomo Rubber Industries Ltd. -1.2% และ Nippon Steel & Sumitomo Metal Corp. -0.7%
2.Konami Corp. บริษัทผู้ผลิตวีดีโอเกม ปรับตัวลงกว่า 7% หลังจาก Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำจาก Overweight เป็น Neutral
3.Dentsu Inc. บริษัทโฆษณารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ปรับตัวลง 9.2% หลังจากประกาศการออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อระดมทุนในการเข้าซื้อบริษัท Aegis Group Plc. ในเดือน มี.ค.
HANG SENG 20,468.67 +1.6%
ปิดบวกวันแรกในรอบ 3 วันทำการ เนื่องจาก
1.ยอดการจ้างงานภาคเอกชนเดือน มิ.ย.ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้กลุ่มบริษัทที่มีรายรับหลักจากสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย HSBC Holdings Plc.+1.6%, Semiconductor Manufacturing International Corp. +1.8% และLi Ning Co. +3.7%
2.China Petroleum & Chemical Corp. บริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ปรับตัวเพิ่ม +2.5% หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในอียิปต์
3.ในขณะที่ Biostime International Holding Ltd. ปรับตัวลงแรงกว่า 17% หลังจากคู่แข่งคนสำคัญ Nestle SA และ Danone SA ประกาศปรับลดราคาอาหารทารกในตลาด หลังจากรัฐบาลจีนเข้มงวดการตรวจสอบการผูกขาดในตลาด
4.เช่นเดียวกับ AAC Technologies Holding Inc. ที่ปรับตัวลง 4.5% หลังจาก Jefferies ปรับลดประมาณการจาก Hold เป็น Sell
SHANGHAI 2,006.10 +0.6%
ปิดบวกเป็นวันที่ 4 ในรอบ 5 วัน เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มค้าปลีก, สินค้าโภคภัณฑ์และอสังหาฯ โดย Gree Electric Appliances +3.9% และ Hisense Electric +3.8% นำกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นหลัง Goldman Sachs Group มีคำแนะนำOverweight ในกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากผลประกอบการที่จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน กอปรกับได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล
2.กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นเช่นกัน China Shenhua Energy +2.9% ปรับตัวขึ้นมากสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค., Yanzhou Coal Mining +2.9%
3.China Vanke ผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ที่สุดปรับตัวขึ้น 3.6%
SET 1,430.88 -0.9%
ปิดลบเป็นวันที่ 2 เนื่องจาก
1. แม้ว่าตลาดจะเปิดบวกในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชีย นำโดยกลุ่มพลังงานอย่าง PTT +0.9%, PTTEP +1.3%, PTTGC +1.5% หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวขึ้นผ่านระดับ US$100.00/barrel จากความกังวลต่อเหตุการณ์ตึงเครียดในอียิปต์ แต่พลิกกลับมาปรับตัวลงแรง
2.หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล อย่าง STEC -9.1%, CK -11.1% ปรับตัวลงจากโอกาสของความล่าช้า รวมทั้งITD -15.7% จากการประกาศเพิ่มทุนในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ได้ 0.159 หุ้นใหม่ ที่ราคา 3 บาท ส่งผลให้เกิดแรงขายหนาแน่น
3.หุ้นธนาคารขนาดใหญ่อย่าง KBANK -3.2%, KTB -2.0%, SCB -1.5% หลังโบรกเกอร์ต่างชาติเริ่มทยอยปรับลดประมาณการกลุ่มธนาคาร
----------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ





