วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทมาเส็กกับบททดสอบลงทุนธนาคารจีน

เทมาเส็กโฮลดิงส์ กองทุนเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ กำลังถูกกดดันให้ทบทวนการลงทุนในภาคธนาคารของจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทมาเส็กทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ลงทุนในธนาคารรายใหญ่ๆ ของจีน รวมถึงการลงทุน 2,400 ล้านดอลลาร์ในอินดัสเตรียลแอนด์คอมเมอร์เชียลแบงก์ออฟไชน่า

แต่ปัจจุบันภาคธนาคารจีนกำลังมีแนวโน้มยากลำบาก สืบเนื่องจากการคุมเข้มสินเชื่อและหนี้เสีย เมื่อเดือนที่แล้วธนาคารต่างๆ เผชิญภาวะเงินสดตึงตัวอย่างไม่เคยประสบมาก่อนหลังจากธนาคารกลางจีนปล่อยให้ดอกเบี้ยกู้ยืมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อลงโทษธนาคารต่างๆ ฐานที่ปล่อยกู้แบบเสี่ยงๆ และบีบให้ธนาคารเหล่านี้จำกัดการปล่อยกู้ที่น่าสงสัย
เทมาเส็กจะเปิดเผยแนวทางยุทธศาสตร์ในจีน ระหว่างการนำเสนอรายงานประจำปีปลายสัปดาห์นี้

เทมาเส็ก ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของนางโฮ ชิง ภริยาของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีทางเลือก 2 ทาง ได้แก่ ลดการลงทุนในภาคธนาคารจีน หรืออดทนกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและธนาคารของจีน หวังรอคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในบั้นปลายหลังจากเศรษฐกิจและธนาคารฟื้นตัวจากการปฏิรูป

จีนมีสัดส่วนกว่า 1 ใน 5 ในพอร์ตลงทุนรวมของเทมาเส็กซึ่งมีมูลค่า 198,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2555

นายสัญชัย เจอิน นักวิจัยแห่งเครดิตสวิส ชี้ว่าจีนกำลังเผชิญการท้าทายทางโครงสร้างหลายอย่าง ไม่เฉพาะภาคธนาคารเท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจด้วย และในระยะกลางแนวโน้มสำหรับภาคธนาคารยากจะเป็นแง่บวก จนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้อยู่บนเส้นทางการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แรงขับดันจากการบริโภค ภาคเอกชน และภาคบริการ
เทมาเส็กเคยได้รับผลกระทบอย่างหนักมาแล้ว เมื่อครั้งลงทุนในอุตสาหกรรมการเงิน และมูลค่าหุ้นในธนาคารรายใหญ่ของยุโรปกับสหรัฐดิ่งลงเมื่อปี 2551 ผลจากความปั่นป่วนในตลาดโลก

แต่เทมาเส็กยังมีพอร์ตลงทุนในภาคธนาคารอยู่ 31% โดยเลือกเฉพาะธนาคารที่เห็นว่าแข็งแกร่งและสามารถเติบโตไปพร้อมการขยายตัวของตลาดเกิดใหม่ได้ สัดส่วนพอร์ตลงทุนภาคธนาคารดังกล่าวลดลงจากเกือบ 40% ก่อนวิกฤติการเงินปี 2551

กระนั้น แม้เกิดภาวะเงินสดตึงตัวในตลาดเงินจีน แต่ธนาคารรายใหญ่ที่สุด 4 รายของจีน ได้แก่ แบงก์ ออฟ ไชน่า, ไชน่า คอนสตรักชัน แบงก์ (China Construction Bank), อินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ และอากริคัลเจอรัล แบงก์ (Agricultural Bank) อาจอยู่ในฐานะดีพอรับมือปัญหาต่างๆ ได้ เมื่อเทียบกับธนาคารรายเล็กๆ

นายเวลลอน วิรันโต นักยุทธศาสตร์การลงทุนแห่งฝ่่ายบริหารความมั่งคั่งของบาร์เคลย์ ชี้ว่าในภาคธนาคารนั้น ธนาคารรายใหญ่มีกันชนสภาพคล่องหรือมีสภาพคล่องสำรองดีมาก เพราะมีเงินทุนปริมาณมาก

ด้านเทมาเส็กเองก็มีจุดดูดซับผลกระทบ ความที่มีสิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชันส์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และจะเข้ามาช่วยเหลือหรือชดเชยผลกระทบได้ในกรณีที่การลงทุนในภาคธนาคารจีนให้ผลตอบแทนไม่ได้ตามที่หวังไว้