"นิวัฒน์ธำรง"พร้อม"ยรรยง"เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์และเข้าพบข้าราชการ เผยงานแรกขอแก้ปัญหาจำนำข้าว
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ พร้้อมด้วยนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเข้าทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี ในเวลา 8.00 น. เพื่อความเป็นมงคล และความราบรื่นในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วย ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาท พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และ ศาลหลวงพ่อโอภาสี ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณย์และผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ
จากนั้น นายนิวัฒน์ธำรง และนายยรรยง ได้เข้าห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ เพื่อพบปะผู้บริหารระดับสูง โดยนายนิวัฒน์ธำรง ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ยังไม่มีการมอบนโยบายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรีบเดินทางไปเข้าร่วมประชุม กขช. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยตนจะนำประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มความสามารถด้วยความรอบคอบและซื่อสัตย์ รวมทั้งลบข้อครหาการทุจริตให้หายไปรวมทั้งนำเทคโนโนโลยีใหม่เข้ามาทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนปัญหาเร่งด่วนที่จะเร่งดำเนินการคือ การแก้ปัญหาในโครงการรับจำนำข้าว โดยต้องให้ราคาข้าวอยู่ในระดับราคาที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และเกษตรกรจะต้องขายข้าวได้ในราคาดี รวมถึงการบริหารจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีต้นทุนต่ำสุดในทุกด้าน และลดการรั่วไหลขณะที่แผนการระบายข้าวและเพดานการรับจำนำจะมีการหารือในที่ประชุม กขช. ในวันนี้ ซึ่งตั้งเป้าจะต้องขายข้าวให้ได้เร็วที่สุด มากที่สุด และราคาดีที่สุด
"ไม่หนักใจที่ได้เข้ามาบริหารงานในกระทรวงพาณิชย์ในสถานการณ์ขณะนี้ เนื่องจากมองว่าในการทำงานในทุกที่ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค ซึ่งตนพร้อมจะร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้"นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ด้านนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวยังต้องดำเนินการต่อไป แต่หากจะมีการปรับลดราคารับจำนำลงเหลือ 12,000 บาทต่อตัน จะต้องมีการแจ้งให้เกษตรกรได้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่าเกษตรกรจะรับราคารับจำนำนี้ได้
ส่วนแผนการระบายข้าว ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปจัดทำแผนการระบายข้าว โดยตั้งเป้าระบายในช่วง 3 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ล้านตัน และทั้งปีให้ได้ 8-8.5 ล้านต้น รวมทั้งเน้นการระบายโดยให้เอกชนเข้ามาช่วยระบายข้าว พร้อมทั้งยืดหยุ่นการชำระเงินแก่ประเทศคู่ค้า
พร้อมกันนี้อยากให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ร่วมกันทำงานแม้ว่าจะใกงล้เกษียณอายุข้าราชการ แต่ช่วงเวลาที่เหลือ 3-4 เดือน ให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว เพื่อเป็นผลงานครั้งสุดท้ายในชีวิตส






