กลุ่มทุนไทยยักษ์ใหญ่สยายปีกลงทุนนอก เล็งยึดเวทีอาเซียน วางขุมข่ายลงทุน ใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ "ฮับ" แห่งภูมิภาค
แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมจะกดดัน ตลาดเกิดใหม่ในหลากหลายแห่ง แต่ตลาดเกิดใหม่อย่างอาเซียน เป็นขุมทองใหม่ที่โดดเด่น ที่กลุ่มทุนต่างมุ่งเข้ามาแสวงหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ยิ่งสร้างความโดดเด่นมากขึ้น กลุ่มทุนไทยทั้งค้าปลีก โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ สิ่งทอที่ถูกกดดันจากตลาดภายในประเทศ ย่อมมองหาลู่ทางใหม่ๆ ในอาเซียนเช่นเดียวกัน
ธุรกิจโรงแรม ภายใต้บริษัทไทยวางยุทธศาสตร์การเติบโตต่างประเทศอย่างจริงจัง อย่างน้อยมีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจาก 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ไมเนอร์, ออนิกซ์ ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจโรงแรมภายใต้กลุ่มอิตัลไทย, เซ็นทารา และดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล โดยทุกกลุ่ม นอกจากเตรียมขยายธุรกิจโรงแรมด้วยการลงทุนด้วยตัวเองแล้ว ยังวางการเติบโตลักษณะ "รับบริหาร" ควบคู่ไปด้วย
นายดิลลิป ราจาคาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรมไมเนอร์ (เอ็มเอชจี : ไมเนอร์ โฮเต็ล กรุ๊ป) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล เปิดเผยว่า ไมเนอร์ วางงบประมาณเบื้องต้นสำหรับลงทุนโรงแรมทั้งในและต่างประเทศราว 900-12,000 ล้านบาทต่อปี
ห้างเซ็นทรัลรุกอาเซียน-ยุโรป
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ซีอาร์ซี กล่าวว่า เป้าหมายของกลุ่มเซ็นทรัลมุ่งหน้าลงทุนอาเซียน และยุโรป โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนจะเป็นยุคทองในระยะ 10-20 ปีข้างหน้า ภายใต้ยุทธศาสตร์การมุ่งซื้อหรือควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition) และการร่วมลงทุน (Joint Venture) ท่ามกลางคู่แข่งและโอกาสทางการตลาดมากมายจำเป็นต้องเปิดเกม 'รุกเร็ว'
"การลงทุนจากทั่วโลกมุ่งหน้าอาเซียน ต้องมองว่าเออีซีวันนี้ใครเป็นพระเอก ในเชิงประชากรแน่นอนว่า อินโดนีเซีย มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่จากฐานประชากรกว่า 240 ล้านคน สินค้าและบริการทุกด้านมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ขณะที่สิงคโปร์ มาเลเซีย มีสถานะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่เป็นประเทศเล็ก ประชากรน้อย เทียบไทยศูนย์กลางแห่งภูมิภาค น่าสนใจอย่างมากในความเป็นตลาด Middle Class ใหญ่สุดในอาเซียน รายได้ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้อำนาจซื้อเพิ่มขึ้น"
มั่นใจยุคทองอาเซียน
ในอนาคตเป็นยุคทองของอาเซียน ท่ามกลางประเทศมหาอำนาจในอดีต อย่างสหรัฐ ยุโรป มีปัญหา แต่ยังมีเงินลงทุนอยู่ ขณะที่ ญี่ปุ่น ค่อนข้างนิ่งมานานกว่า 10 ปีแล้ว ทำให้ทั่วโลกจับตามองอาเซียน เงินลงทุนทั่วโลกจากที่เคยมุ่งไป "จีน" จะเข้ามายังกลุ่มประเทศอาเซียน
สหรัฐ ยังคงเป็นประเทศที่ร่ำรวยอยู่ แต่อัตราการเติบโตน้อย รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาหนี้ ทำให้โอกาสโตน้อย หรือนิ่งๆ ขณะที่ "ยุโรป" มีปัญหามากกว่า หนี้สินในหลายประเทศทำให้ประชาชนตกอยู่ในภาวะย่ำแย่ ทั้งกรีซ สเปน ส่วน "อิตาลี" ประชาชนไม่รวยแต่เป็นเมืองท่องเที่ยว
ยุโรป ต้องแก้ปัญหาอีกระยะหนึ่ง ส่วน "จีน" เริ่มสะดุด เติบโตน้อยลงเหลือระดับ 7-8% แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง ขณะเดียวกัน บริษัทจีนเริ่มรุกขยายออกไปโลดแล่นทั่วโลกทำให้มีโอกาสโตขึ้น
แนะธุรกิจไทยสร้างคอนเนคทิวิตี้
หาก "ไทย" สามารถแสดงความเป็นผู้นำจะผลักดันให้ชาติสมาชิกอาเซียนเติบโตไปด้วยกัน โดยเฉพาะแถบประเทศกำลังพัฒนา พม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ที่สำคัญรัฐบาลไทยและคนไทยจะได้เปรียบ จากความเป็นผู้นำเหนือประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่อุปสรรคในเรื่องของ "ภาษา" เป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง รัฐต้องปรับโครงสร้าง-บูรณาการด้านการศึกษาทั้งการคิด พูด อ่านและเขียน
อย่างไรก็ตาม รัฐต้องเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ประกอบในหลายด้าน ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงในเรื่องต่างๆ หรือ "คอนเนคทิวิตี้" หากเชื่อมกันได้หมดการเติบโตจะกระจายไปทุกแห่ง ยิ่งทุกคนมุ่งหน้ามาเมืองไทย จะเชื่อมต่อไปเขมร พม่า ลาว จะเห็นว่าคนไทยได้เปรียบอย่างมาก แต่ทุกอย่างช้าไม่ได้โอกาสจะหมดไป
เปิดเซ็นทรัลอินโดฯปีหน้า
ปัจจุบัน เซ็นทรัลได้เข้าลงทุนในอินโดนีเซีย เตรียมเปิดบริการห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในปี 2557 ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาคอนเซปต์ค้าปลีกใหม่บนพื้นที่ขนาด 1 หมื่นตร.ม. ในเวียดนาม เบื้องต้นจะมีร้านจำหน่ายสินค้ากีฬาครบวงจรภายใต้แบรนด์ "ซูเปอร์สปอร์ต" เปิดบริการเป็นแม่เหล็ก เป็นการบุกตลาดต่างประเทศครั้งแรกของซูเปอร์สปอร์ตเช่นกัน
"เซ็นทรัลรีเทล" มีความพรักพร้อมของโมเดลธุรกิจครบทุกหมวดหมู่สินค้า ครอบคลุมการทำตลาดทุกระดับ รองรับการสยายปีกทั้งประเทศไทย และทั่วโลก ประกอบด้วย กลุ่มห้างสรรพสินค้า ได้แก่ เซ็นทรัล โรบินสัน เซน ลา รีนาเซนเต (อิตาลี) และอิลลุม (เดนมาร์ก) กลุ่มอาหาร (Food) ได้แก่ กิจการซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ "ท็อปส์" และ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์" ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท
กลุ่มร้านสเปเชียลตี้สโตร์ ประกอบด้วย ร้านจำหน่ายหนังสือ อุปกรณ์เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง "บีทูเอส" และ "เพจวัน" ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ "เพาเวอร์บาย" ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องกีฬาครบวงจร "ซูเปอร์สปอร์ต" ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน "โฮมเวิร์ค" และ ไทวัสดุ" ร้านสินค้าราคาเดียว 60 บาท "โคโมโนย่า" รวมทั้งช่องทางขาย 24 ชั่วโมง "ชอปปิง ออนไลน์"
ดึงมืออาชีพต่างชาติเสริมทัพ
แหล่งข่าวระดับสูงจากกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ซีอาร์ซี มีการดึงมืออาชีพจากต่างประเทศเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกิจการค้าปลีกในเครือที่ได้ทยอยปรับเปลี่ยนและวางตัวผู้บริหารให้เหมาะสม อาทิ นายบ็อบ ดาร์ค ซีอีโอ โคเมท (COMET) ร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของอังกฤษ เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพาเวอร์บาย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ธุรกิจซูเปอร์สปอร์ต มีนายโทนี่ มอร์ตัน รับกรรมการผู้จัดการใหม่เช่นเดียวกัน ส่วนนายอลัน ทอมสัน ซีอีโอซูเปอร์สปอร์ตเดิม ขยับนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการกลุ่ม และผู้อำนวยการธุรกิจต่างประเทศ หลังแยกจัดตั้งแผนก “ซีอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เซาท์อีสเอเชีย” ดูแลและบริหารธุรกิจร้านซูเปอร์สปอร์ตในภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะ
ปัจจุบันเฉพาะผู้บริหารต่างชาติ ในเซ็นทรัลรีเทล มีถึง 38 คน จาก 13 ประเทศ อาทิ อังกฤษ สหรัฐ จีน สิงคโปร์ รัสเซีย เป็นต้น เป็นการเตรียมตัวขยายเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ
อสังหาฯไทยขยับลงทุนนอก
ด้านกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ รุกขยายการลงทุนไปต่างประเทศเช่นเดียวกัน แต่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะด้วยอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่ค่อนข้างซับซ้อน แตกต่างไปจากธุรกิจโรงแรม หรืออุตสาหกรรมโรงงาน ทำให้คลื่นของการเคลื่อนทัพขยายลงทุนไปสู่ต่างประเทศ จึงมาจากบริษัทอสังหาฯระดับชั้นนำเท่านั้น
ในช่วงที่ผ่านมา การไปลงทุนต่างประเทศ ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จะเน้นการลงทุนใน 2 ตลาดหลัก คือ การลงทุนพัฒนาโครงการในแถบภูมิภาคอาเซียน และอีกกลุ่มเน้นขยายลงทุนไปในตลาดยุโรปและสหรัฐ เพื่อเจาะตลาดเศรษฐีคนไทยที่ส่งบุตรหลานไปเรียนต่อในต่างประเทศ รวมถึงคนในท้องถิ่น
พฤกษาฯ-ศุภาลัยรุกอาเซียน
บริษัทอสังหาฯ มุ่งการพัฒนาที่อยู่อาศัยในตลาดอาเซียน ได้แก่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบแรกๆ ที่ประกาศขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วง 3-4 ปีที่แล้ว ได้ลงทุนในประเทศอินเดีย เวียดนาม และมัลดีฟส์ ขณะที่บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ให้ความสนใจต่อการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศที่มีความสนใจเข้าไปลงทุนได้แก่ ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่การลงทุนที่มีความชัดเจนแล้วตอนนี้ มีเพียงแห่งเดียวที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยการเข้าซื้อกิจการ สำนักงานในกรุงมะนิลา ขนาด 2,000 ตร.ม. มูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยสำนักงานดังกล่าวได้เปิดให้บริการแล้ว
ส่วนบริษัทอสังหาฯ ที่โฟกัสการลงทุนไปยังตลาดสหรัฐและยุโรป ก็คือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่เน้นการลงทุนอสังหาฯในสหรัฐเป็นหลัก โดยเข้าซื้ออพาร์ตเมนต์ มูลค่า 300 ล้านบาท ในซานฟรานซิสโก จำนวน 45 ยูนิต ราคาเช่าตั้งแต่ 1,200-1,700 ดอลลาร์ต่อเดือน และ ปีนี้ กลุ่มแลนด์ฯ ได้ประกาศทุ่มงบอีก 1,000 ล้านบาท ในการซื้อโครงการอพาร์ตเมนต์เก่ามาปรับปรุงใหม่ 2 แห่ง ในย่านซันนี่เวล์ล แคลิฟอร์เนีย
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าไปซื้อโครงการอพาร์ตเมนต์ “9 Elvaston Place” กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะที่ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน)ใช้งบ 770 ล้านบาท ซื้อกิจการคิโรโระสกี รีสอร์ท จาก มิตซุย ฟูโดซัง (Mitsui Fudosan) เป็นที่ดินและโรงแรม 2 โรง บนเนื้อที่ 292 ไร่ (476,218 ตารางเมตร) ที่ ฮอกไกโด จำนวน 422 ห้อง ซึ่งจะนำมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม และวิลล่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า
พฤกษาฯ ยึดหลักยืดหยุ่นลงทุนนอก
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด กล่าวว่า นโยบายการลงทุนต่างประเทศของบริษัท จะยึดหลักยืดหยุ่น ไม่รีบเร่ง เพราะมองว่าการลงทุนต่างประเทศเป็นการแสวงหาโอกาสในระยะยาว แต่จะเริ่มต้นในประเทศที่มี "โอกาส" อย่างเห็นได้ชัดก่อน ทั้งอินเดีย เวียดนาม และ มัลดีฟส์
การลงทุนในต่างประเทศ ต้องมีความรู้อื่นเสริมด้วย 3 ประการ 1.ลักษณะของประเทศนั้น โดยวิเคราะห์ตามแนวทาง การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมทางสังคม และเทคโนโลยี 2.พฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบการใช้ชีวิต ค่านิยม พฤติกรรมการซื้อ ความภักดีต่อสินค้าท้องถิ่น และทัศนคติต่อสินค้าต่างประเทศ 3.สภาพการแข่งขัน ทั้งจำนวนผู้แข่งขัน โครงสร้างของตลาด
"อสังหาฯ เป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่ที่สลับซับซ้อน ไม่เหมือนกับธุรกิจโรงแรม หรือโรงงานอุตสาหกรรม การไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่งจะต้องเริ่มต้น จากขบวนการขออนุญาต การขออนุญาตสิ่งแวดล้อม ใบอนุญาตก่อสร้าง กระทั่งถึงขบวนการขาย การก่อสร้าง"
ยก"มัลดีฟส์"บทเรียนสำคัญ
บิซิเนสโมเดลสำคัญ ต้องรู้ว่ามีงบลงทุนเท่าไร และมีแผนธุรกิจอย่างไร เพราะว่าการลงทุนต่างประเทศกว่าจะคล่องตัว ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะกระบวนการลงทุนของแต่ละประเทศ จะมีรายละเอียดเงื่อนไขแตกต่างกัน อย่างเวียดนาม เข้าไปลงทุนกว่าจะเปิดโครงการได้ใช้เวลาไปถึง 3 ปีเศษ และอีกกลยุทธ์หนึ่งของพฤกษาฯ การใช้ที่ปรึกษาประเทศนั้นเข้าร่วมทำงานกับทีมงานของบริษัท ในระบบการซื้อที่ดิน การขออนุญาตจัดสรรต่างทั้งหมด เพราะแต่ละประเทศมีเงื่อนไขแตกต่างไปจากไทย
นายทองมา กล่าวว่า ในการทำธุรกิจ ย่อมก็มีต้นทุนของความล้มเหลว อย่างการไปลงทุนในมัลดีฟส์ได้ถอนการลงทุนทั้งหมดแล้ว เนื่องจากปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องนำเงินสกุลดอลลาร์ไปลงทุน แต่ต้องการนำเงินกลับประเทศต้องเป็นสกุลเงินรูฟียา(Rufiyaa) ของ มัลดีฟส์ ทำให้ค่าเงินลดลง 15% แทนที่จะได้กำไร กลับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน






