แอคคอร์ ฟันธงธุรกิจโรงแรมในไทยปีนี้สดใสที่สุดในเอเชียแปซิฟิก เผยครึ่งปีแรกรายได้ต่อห้องพักทั่วประเทศเพิ่มเฉลี่ย 18%
แพทริค บาสเซ รองประธานบริหารอาวุโสประจำแอคคอร์ ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ กล่าวถึงการดำเนินงานของธุรกิจช่วงครึ่งปีแรกของโรงแรมในเครือ 50 แห่งในไทยว่า มีผลงานงานโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด พิจารณารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) เพิ่มขึ้น 18% สูงกว่าปีที่แล้วที่เติบโตราว 15% โดยในกรุงเทพฯ และภูเก็ตเพิ่มขึ้นราว 9% ทำให้คาดการณ์ตลอดปีนี้มีโอกาสยังเพิ่มได้ถึง 20% เนื่องจากยังมีช่วงไฮซีซันปลายปี
ทั้งนี้เนื่องจากแนวโน้มตลาดท่องเที่ยวเติบโตอย่างมาก ทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงราว 77% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยขึ้นประมาณ 5% สำหรับครึ่งปีแรก และในช่วงครึ่งปีหลังจะขึ้นราว 5-10%
ปัจจัยที่หนุนการเติบโตในประเทศ คือ ความสงบทางการเมือง ประกอบกับการมีแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดใจ และมีจำนวนห้องพักโรงแรมเสนอขายในตลาดจำนวนมากในราคาคุ้มค่า รวมถึงเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต อัตราว่างงานต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปีนี้ยังไม่อาจเรียกว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลอด 25 ปีที่แอคคอร์เข้ามาขยายธุรกิจในไทย เนื่องจากราคาเฉลี่ยห้องพักเพิ่งอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากที่เคยลดลงในช่วงวิกฤตการเมือง ทำให้โดยรวมราคาในปัจจุบันยังไม่ปรับปรุงจากเมื่อ 20 ปีก่อนเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ไทยยังมีปัจจัยน่ากังวลคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังช้า โดยเฉพาะการรองรับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตที่ยังไม่เพียงพอ
แต่ข้อดีคือ รัฐบาลประกาศการพัฒนาระบบคมนาคมทั่วประเทศอย่างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางอาเซียน เมื่อรถไฟฟ้าเชื่อมโยงกับลาว จีน พม่า กัมพูชา ได้ตามแผนที่วางไว้ จะดึงโอกาสจากจำนวนประชากรในประเทศเพื่อนบ้านกว่า 300 ล้านคน และยังไปสอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มเดินทางไปยังจุดหมายรองมากขึ้น
ทั้งนี้ แอคคอร์ มีแผนจะขยายการลงทุนโรงแรมอีก 8 โรงแรมภายในปี 3 ปี แบ่งเป็นที่ กรุงเทพฯ และภูเก็ต ที่ละ 3 แห่ง, ชะอำ 1 แห่ง และกระบี่ 1 แห่ง แต่หากเจาะลึกถึงโอกาสของ 8 แบรนด์โรงแรมซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มแอคคอร์ มองว่าเซ็กเมนท์ของโรงแรมราคาประหยัด (อีโคโนมี) มีโอกาสที่จะขยายในไทยได้มากที่สุด เนื่องจากสามารถรองรับตลาดนักท่องเที่ยวระดับกลางจากเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน เป็นกำลังซื้อหลักที่เข้ามาจำนวนมาก
นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้โรงแรมกลุ่มอีโคโนมีแบรนด์ไอบิส และออลซีซันส์ มีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากการแข่งขันในกลุ่มเชนโรงแรมใหญ่ด้วยกันยังมีไม่มาก เฉพาะในกรุงเทพฯและจุดหมายท่องเที่ยวหลักต่างจังหวัด มีจำนวนโรงแรมอีโคโนมีที่เป็นเชนอยู่ราว 30 แห่งเท่านั้น ขณะที่กลุ่มแอคคอร์มีโรงแรมในเซ็กเมนท์นี้ 16 แห่งในไทย ถือเป็นผู้นำในกลุ่มตลาดนี้
นายบาสเซ กล่าวด้วยว่า จะให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศ โดยพัฒนาการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สังคมออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นตลาดหลักอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเห็นการเติบโตของลูกค้าคนไทยที่จองผ่านอินเทอร์เน็ตในอัตราที่สูงถึง 39.2% เทียบกับการจองในทุกช่องทาง ซึ่งเป็นการโตต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี โดยแบ่งเป็นการจองตรงจากเว็บไซต์ตรงของแอคคอร์และแต่ละโรงแรมเองราว 50%






