ศาลปกครองตัดสิน โครงการบำบัดน้ำ รอประชามติก่อนเซ็นสัญญา
ประเด็นข่าว
วานนี้ (27 มิ.ย.56) องค์คณะของศาลปกครองกลางพิพากษา กรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวก 45 คนยื่นฟ้อง ขอให้เพิกถอนแผนบริหารจัดการน้ำที่ใช้งบประมาณจาก พรบ.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ให้ทำการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึงก่อน รวมถึงไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ผลการตัดสิน ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาโดยสรุปว่า ให้ภาครัฐนำแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำกลับไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึงก่อน พร้อมจัดรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ก่อนที่จะลงนามในสัญญาว่าจ้างกับบริษัทเอกชน เนื่องจากมีโครงการบริหารจัดการน้ำที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง
ผลกระทบ
ใช้เวลาเพิ่มและพิจารณาที่มาของเงินกู้ใหม่ เราคาดว่าการให้ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการทำประชาพิจารณ์ และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะทำให้ใช้ระยะเวลาการทำงานเพิ่ม ขณะที่ความเสี่ยงจากผู้ประกอบการที่ต้องดำเนินการเองลดลง ขณะเดียวกันมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลังการแสดงความคิดเห็น กรณีโครงการใดมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่มาก อาจเห็นการยกเลิกบางโครงการได้ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามแหล่งที่มาของงบประมาณดังกล่าว จากภาครัฐหลังจากกรอบเวลาของเงินทุนที่คาดว่าจะใช้ พ.ร.บ.เงินกู้สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 56
คำแนะนำ
โครงการบำบัดน้ำไม่รวมในประมาณการ เรายังไม่รวมการรับรู้รายได้ของโครงการดังกล่าว เนื่องจากความคืบหน้าของโครงการยังคงต้องใช้เวลา โดยคาดว่าถ้าโครงการดำเนินการได้จะทำให้งานในมือของ ITD เพิ่มขึ้นอีก 4-5 หมื่นล้านบาท แต่การรับรู้รายได้การเห็นตัวเงินใน 2-3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามปัจจุบันงานในมือของ ITD อยู่ระดับ1.5 แสนล้านบาท ที่รอรับรู้รายได้ตามปกติขณะที่ระดับราคาของITD ปรับลดสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวพอควรจะมีส่วนต่างราคา 50% แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”.(มูลค่าเหมาะสม 8.30 บาท) อ้างอิง APBV 3.5 เท่า)







