นายกสมาคมโบรกเกอร์ ประเมินกรอบดัชนีหุ้นปีนี้ที่ 1,400-1,500 จุด คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว ชี้แนวโน้มผลประกอบการบจ.ไตรมาส 2/56 ลด หลังบาทผันผวน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ คาดการณ์เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ว่าจะอยู่ที่กรอบ 1,400-1,500 จุด โดยคาดว่าไตรมาส 2/56 ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์จะมีการปรับตัวลดลงบ้าง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่มีความผันผวนรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง หลังจากมีการประกาศออกมาว่าหนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ทำให้แนวโน้มการบริโภคของภาคครัวเรือนที่อาจจะมีการปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากต่างชาติขายสิทธิไปแล้วกว่า 8.7 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันมีกองทุนในประเทศเข้ามาซื้อกว่า 7 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าซื้อที่มีจังหวะในการลงทุนได้ดีขึ้น อีกทั้ง คาดว่าเงินทุนจากต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากประเทศไทยยังเดินหน้าลงทุนในโครงการต่างๆ ประกอบกับ พื้นฐานเศรษฐกิจยังเข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง
ส่วนในช่วงนี้มองว่าภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยจะยังมีความผันผวน แต่หลังจากนี้น่าจะนิ่งขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงของการปรับพอร์ตการลงทุนไปแล้ว แม้ว่าอาจจะมีการเหวี่ยงตัวสวิงได้บ้างเป็นบางช่วง แต่จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
ด้านนายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทคาดดัชนีตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังอยู่จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,350-1,500 จุด ซึ่งที่ระดับนี้จะมีค่า P/E เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 เท่า โดยคาดว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีจะเป็นไปในลักษณะแกว่งตัว
นายเผดิมภพ แนะนำว่า นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุน โดยการเข้าซื้อหุ้นนั้นควรเน้นหุ้นที่มีมูลค่า P/E เฉลี่ย 12% โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่ยังมองว่าจะกลับมามีการเติบโตได้อีกครั้ง แม้ว่าในปัจจุบันผลสำรวจจะออกมาว่าการบริโภคภายในประเทศมีการปรับตัวลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม จากที่มองว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีการฟื้นตัว และมีแนวโน้มการลงทุนที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จึงคาดว่าในช่วงต้นปีหน้าจะได้เห็นดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่เหนือ 1,700 จุดได้








