โรจนะยันเศรษฐกิจจีนชะลอ ไม่กระทบภาพรวมผลประกอบการ เหตุคอนโดมิเนียม มูลค่า 3 พันล้านบาท ล่าสุดขายได้ 80% โอนแล้ว 50%
ผลจากการที่นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของจีนลง และประเมินกันว่าหากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาก ก็อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกตามไปด้วย ทำให้โบรกเกอร์มองว่าบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในจีนหลายแห่งอาจได้รับผลกระทบ โดยบริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะเป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มนี้ด้วย
น.ส. อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) กล่าวว่า การที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนชะลอตัวนั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 2 เฟส มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท ได้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยล่าสุดสามารถขายไปได้แล้ว 80% และเริ่มทยอยโอนรับรู้รายได้ประมาณ 50% ซึ่งทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหา และสามารถปิดโครงการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
"บริษัทมั่นใจว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในจีนจะไม่มีผลกระทบกับการดำเนินงาน เนื่องจากมีความคืบหน้าไปมากแล้ว และใกล้จะเสร็จสิ้นโครงการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในจีนเห็นสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวมาระยะหนึ่งตั้งแต่ต้นปีแล้ว จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ และการบริหารงานในจีนต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเวลาที่รัฐบาลจีนจะประกาศนโยบายอะไร จะทำอย่างทันทีโดยบางครั้งหากไม่เตรียมตัวไว้ก็จะได้รับผลกระทบ" น.ส.อมรากล่าว
โดยแผนการลงทุนในอนาคต บริษัทยังคงต้องติดตามสถานการณ์โดยรวมอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งในฐานผู้ประกอบการอยากแนะนำให้บริษัทที่ลงทุนในจีน จะต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะหากจะตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมก็ควรพิจารณาให้ดี และมาตรการต่างๆ ที่ออกมาก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวเกิดขึ้นจริง ขณะที่ที่ผ่านมาไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่าฝ่ายวิจัยได้ปรับลดกำไรปีนี้ลง เนื่องจากคอนโดมิเนียมจีน เฟส 2 มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ อย่างที่ปรากฏในไตรมาส 1/56 เพราะบริษัทปรับกลยุทธ์การเร่งปิดโครงการ ให้พอมีกำไรบ้าง ตามนโยบายจีนที่มีความเข้มงวดเรื่องอสังหาริมทรัพย์
"ปรับคาดการณ์กำไรหลักปี 56 ลงถึง 44% ด้วยสมมุติฐานอัตรากำไรขั้นต้นคอนโดจีนลดลงเป็น 10% จากเดิม 35% ถือว่าเป็นการปรับลดประมาณการกำไรลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน นิคมที่ปราจีนบุรีไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกมากและน้ำท่วมหนัก เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา จึงปรับลดคำแนะนำเป็นเต็มมูลค่า"นักวิเคราะห์กล่าว
เขากล่าวว่ามีแนวโน้มคอนโดจีนเฟส 2 อัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ในงวดไตรมาส1/56 เป็นเพียง 6.5% เทียบกับคอนโดจีนเฟส 1 ที่เคยให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงระดับสูงคือ 20-35% คาดว่าเป็นเพราะช่วงระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ที่ต่างกัน นั่นคือในช่วงปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันรัฐบาลจีนกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ที่อาจเกิดกับอสังหาริมทรัพย์ จึงมีมาตรการต่างๆ ออกมาควบคุม เช่น จำกัดการให้สินเชื่อเป็นต้นทางบริษัทจึงปรับกลยุทธ์การเร่งปิดโครงการให้เร็ว และหากพอมีกำไรบ้างก็เพียงพอแล้ว ทางโครงการที่จีนจึงมีการลงทุนต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้มาทำการซื้อคอนโด และโอนได้เร็ว นำมาซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งบริษัทเองก็ควบคุมโครงการได้ยากเนื่องจากโครงการตั้งอยู่ที่จีน
สำหรับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 56 ดีเป็น 6% ด้านความเสี่ยงคือ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสูงปลายปีนี้คาดไว้เป็น 2.1 เท่า แนะนำเปลี่ยนตัวลงทุนไปยัง หุ้นอมตะ (AMATA) หรือหุ้นเหมราชฯ (HEMRAJ) แทน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นโรจนะตั้งแต่ต้นปี ราคาลดลง 11.90% จากราคา 10.50 บาทเป็น 9.25 บาท โดยราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 14.30 บาท ต่ำสุดที่ 8.30 บาท ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12.27 บาท









