วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับแผนสร้างสายสีส้มเวนคืนตึกช่วงลำสาลี

รฟม.ปรับแผนเทคนิคก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชี้ต้องเวนคืนที่ดินและตึกแถวทั้ง 2 ฝั่งของถนนรามคำแหง ช่วงแยกลำสาลีแทน

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯ โดยที่ประชุมซีกฝ่ายค้านยังคงติดใจในประเด็นค่าจ้างที่ปรึกษาตามการเสนอในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพราะมีราคาแพงกว่าการจ้างที่ปรึกษาตามหน่วยงานของรัฐที่มีราคาประมาณ 0.3-0.5% ของราคาโครงการ อยู่ที่ 3.5% และซักถามการปรับลดตามข้อเสนอแนะ โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะชี้แจงว่าการปรับลดราคาค่าที่ปรึกษาขณะนี้อยู่ระหว่างการทำหลักเกณฑ์เพื่อนำมาใช้พิจารณาปรับลด โดยคาดว่าก่อนเดือนสิงหาคมนี้จะมีการพิจารณาปรับลดที่ชัดเจน เพื่อนำไปใช้หลังจากที่ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่านสภา และประกาศใช้เป็นกฎหมาย

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกรรมาธิการฯ ถามต่อประเด็นเรื่องการปรับลดค่าที่ดินในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่าบางพื้นที่มีการเวนคืนที่ดินก่อสร้างมากเกินไป โดยนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าฯรฟม. กล่าวว่า ราคาที่ดินมีการปรับเพิ่ม กว่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี จากราคาที่ดิน 4,721 ล้านบาท เพิ่มเป็น 9,625 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง จากราคาที่ดิน 4,715 ล้านบาท เพิ่มเป็น 8,736 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าเวนคืนที่ดินเพิ่ม อาทิ ในสายสีส้ม ต้องเวนคืนที่ดินและตึกแถวทั้ง 2 ฝั่งของถนนรามคำแหง ช่วงแยกลำสาลี เนื่องจากพื้นที่ใต้ดินพื้นที่ดังกล่าวมีเสาของถนนยกระดับรามคำแหงฝังอยู่ ทำให้ทางเทคนิคของการก่อสร้างไม่สามารถดำเนินการตามแผนเดิมที่ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2548 ได้

นอกจากนั้นต้องเวนคืนที่ดินริมทางถนนพระราม 9 เพื่อใช้ก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า เพราะผลการศึกษาเดิมที่จะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนพระราม 9 ทางเทคนิคไม่สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนอาณาเขตเวนคืนที่ดินนั้นยังคงใกล้เคียงกับผลการศึกษาเดิม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการเวนคืนที่ดินเป็นไปตามความสำคัญ และไม่มากเกินความจำเป็น