สัญญาณฟื้นตัวทำให้กลุ่มชิ้นส่วนฯ มีแนวโน้มปรับตัวดีกว่าตลาด
SIA คาดตลาดอิเล็กทรอนิกส์เติบโตค่อยเป็นค่อยไป
สมาคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก (SIA) รายงานยอดขายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4 เดือนแรกที่ 9.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเล็กน้อย 1% YoY โดยปีนี้ SIA คาดว่าตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโตราว 2% จากปี 2555 เป็น 2.97 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฟื้นตัวของตลาดเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ สอดคล้องกับประมาณการของสถาบัน iSupply สำหรับแนวโน้ม 3 ปีข้างหน้า SIA คาดว่าตลาดจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 4% (CAGR 2556-2558) ตลาดเอเชียมีแนวโน้มเติบโตดีสุด รองลงมาเป็นตลาดยุโรปและสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตน้อยสุดจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ความต้องการสินค้า 2Q56 คาดว่าดีต่อเนื่อง
อัตราส่วย Book to Bill ของตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 1 เท่า ติดต่อกัน 5 เดือน ส่วนในตลาดญี่ปุ่นดีขึ้นเป็น 1.2 เท่า จาก 1.1 เท่า ในเดือน เม.ย. เรามองเป็นปัจจัยบวกสะท้อนความต้องการ (Demand) และปริมาณ (Supply) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดโลกกลับสู่ภาวะสมดุลต่อเนื่องจาก 1Q56 และดีขึ้นชัดเจนเทียบกับ 4Q55 มี Book to Bill ratio 0.8 เท่า บ่งชี้ความต้องการสินค้ายังน้อยกว่าปริมาณสินค้าที่ผลิต นอกจากนี้ เราเชื่อว่าปัจจัยฤดูกาลของตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะหนุนความต้องการสินค้าพุ่งสูงสุดใน 3Q และคาดว่ายอดขายทั้ง 4 บริษัทที่ศึกษาจะดีต่อเนื่องใน 3 ไตรมาสที่เหลือปีนี้
ค่าเงินบาทเฉลี่ย 6 เดือนแรก อ่อนค่ากว่าสมมติฐานทั้งปี
ปัจจุบันเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าแตะ 31.1 บาท ทำให้ใน 2Q56 เราคาดว่าค่าเงินบาทเฉลี่ยจะอ่อนค่าราว 1% จาก 1Q56 เป็น 29.9 บาท ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทนับจากต้นปีเฉลี่ยที่ 29.7 บาท อ่อนค่ากว่าสมมติฐานปีนี้ของเรา 3% (สมมติฐานเงินบาทปีนี้เฉลี่ย 28.9 บาท) เรามองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานปกติของ 4 บริษัทที่ศึกษา โดยจะเริ่มเห็นผลบวกสำหรับยอดขายและ Gross margin ใน 2Q56 เราประเมินทุก 1% ของเงินบาทที่อ่อนค่าจากสมมติฐานที่ 28.9 บาทจะทำให้ HANA มีกำไรปกติเพิ่มขึ้นจากประมาณการปัจจุบันราว 7% ได้ประโยชน์มากสุดเมื่อเทียบทั้ง 4 บริษัทที่ศึกษา อันดับ 2 เป็น KCE คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้นจากประมาณการปัจจุบัน 6% ส่วน DELTA และ SVI คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน 5%
หุ้นเด่น DELTA
เราคงน้ำหนักลงทุน “เท่าตลาด” สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เรามองว่าราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ช่วง 1 เดือนปรับลง 9% น้อยกว่า SET ที่ปรับลง 15% มีสาเหตุจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง และปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนหนุนจะยอดขายและ Gross margin ฟื้นตัวต่อจาก 1Q56 เมื่อพิจารณารายบริษัทที่เราศึกษาพบว่า ราคาหุ้น HANA, KCE และ SVI เริ่มกลับมี Upside จากมูลค่าเหมาะสมปีนี้ ประกอบกับมุมมอง “บวก” ต่อแนวโน้มกำไร 3 ไตรมาสที่เหลือทำให้เราปรับคำแนะนำ KCE ขึ้นเป็น “ซื้อ” ส่วน HANA และ SVI ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ถือ” เรายังเลือก DELTA เป็นหุ้นเด่นจากราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 2556 ที่ 10.6 เท่า ถูกเป็นอันดับ 2 รองจาก KCE แต่ DELTA มีฐานะการเงินดีกว่าและมีอัตราผลตอบแทนต่อปี 5 - 6%







