ถือเงินสด
คาดดัชนีฯ วันนี้ ลงต่อ แนวต้าน 1410-1415 จุด แนวรับ 1380/1350 จุด ปัจจัยลบ ยังคงเป็นแรงขายตลาดหุ้นเกิดใหม่ (กลุ่ม TIPs ซึ่งขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปีก่อน จะเป็นกลุ่มที่มีแรงขายสูงสุด) เพื่อย้ายไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือ ญี่ปุ่น ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ทดแทน
ปัจจัยลบที่รออยู่
1. โบรกเกอร์ต่างชาติ จะทยอยลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Markets) เช่น Morgan Stanly ปรับลดน้ำหนักการลงทุนภูมิภาค Emerging Markets โดยเฉพาะแถบลาตินอเมริกา (บราซิล) จากแนวโน้ม การสิ้นสุด QE ของธนาคารกลางทั่วโลก จะส่งผลกระทบต่อ สินเชื่อชะลอตัว (สัดส่วน Loan to Deposit มากกว่า 6 เท่า) และค่าเงินที่กลับมาอ่อนค่าเทียบดอลล์สหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการเร่งขึ้นของเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยฯพุ่งขึ้นเร็วกว่าตลาดคาด
2. Downward Earnings Revision คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังรายงานงบการเงิน 2Q56F ในเดือน ก.ค. - ส.ค. จากปัจจุบันที่เติบโต 27% (จาก 21% ในช่วงก่อนประกาศงบ 1Q56) ภายใต้เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน เติบโตน้อยกว่าคาดการณ์
3. ความไม่แน่นอนต่อการผ่านร่าง พ.ร.บ. การเงิน 2 ล้านล้านบาทเดือนสิงหาคมนี้ จากปัจจัยการเมืองที่เพิ่มความไม่แน่นอนสูงขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเลื่อน พ.ร.บ. ปรองดอง ฯลฯ ขึ้นมาประชุมเป็นวาระแรก (ส่งผลลบต่อ ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างวัสดุก่อสร้าง และแบงก์)
4. สัญญาณเทคนิค ยังคงอยู่ในแนวโน้มปรับฐาน โดยมีแนวต้านที่ 1420/1450 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1380/1350 จุด
5. ทางสถิติย้อนหลังช่วงสิ้นสุด QE1/QE2 พบว่า ขาลงของดัชนีตลาดฯ จะกินเวลา 34-47 วันทำการ ในช่วงก่อนสิ้นสุดมาตรการ QE1 QE2 และหลัง QE2 และtลดลงจากระดับสูงสุดถึงต่ำสุดของรอบประมาณ -11.24% -8.97% และ -24.93% ตามลำดับ (Vs ดัชนีฯรอบนี้ ลดลงมาแล้ว 22 วันทำการ -14.68%)






