วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มูลค่าขอส่งเสริมการลงทุน5เดือนขยายตัว70%

บีโอไอเผยสถิติยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 5 เดือน มูลค่าการลงทุน 564,800 ล้านบาท ขยายตัว 70% ญี่ปุ่นรั้งอันดับหนึ่งลงทุนในไทย

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 5 เดือน (ม.ค. - พ.ค.2556) รวม 919 โครงการ มูลค่าการลงทุน 564,800 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 18 % ส่วนมูลเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 70 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด เป็นกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค ลงทุน 260,100 ล้านบาท มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ กิจการขนส่งทางอากาศ 15 โครงการ ลงทุนรวม 160,000 ล้านบาท กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ ลงทุน 34,000 ล้านบาท กิจการท่าเรือรับก๊าซธรรมชาติเหลว ลงทุน 21,000 ล้านบาท กิจการเขตอุตสาหกรรม 5 โครงการ ลงทุน 9,100 ล้านบาท กิจการผลิตไฟฟ้าจาก ชีวมวล 2 โครงการ ลงทุน 7,300 ล้านบาท กิจการศูนย์กระจายสินค้า 6 โครงการ ลงทุน 6,500 ล้านบาท กิจการโรงแรม 2 โครงการ ลงทุน 2,800 ล้านบาท

รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร ยานยนต์ และชิ้นส่วน ยื่นขอลงทุน 136,100 ล้านบาท มีโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประกอบรถยนต์และผลิตชิ้นส่วน ลงทุน 33,000 ล้านบาท กิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะและโลหะปั๊มขึ้นรูป 3 โครงการ ลงทุน 24,200 ล้านบาท กิจการผลิตเครื่องยนต์ดีเซล ลงทุน 18,000 ล้านบาท กิจการประกอบรถกระบะ ลงทุน 15,000 ล้านบาท กิจการผลิตแม่พิมพ์ 2 โครงการ ลงทุน 2,200 ล้านบาท และกิจการผลิตชิ้นส่วน รวม 6 โครงการ ลงทุน 18,000 ล้านบาท

อันดับสาม เป็นการลงทุนจากกลุ่มเกษตรกรรม ลงทุน 91,900 ล้านบาท โครงการใหญ่ ได้แก่ กิจการผลิตเครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ 4 โครงการ ลงทุน 8,100 ล้านบาท กิจการผลิตยาง 10 โครงการ ลงทุน 7,000 ล้านบาท กิจการผลิตอาหารกระป๋องและอาหารแช่แข็ง 6 โครงการ ลงทุน 7,000 ล้านบาท กิจการผลิตแป้งและแป้งแปรรูป จำนวน 8 โครงการ ลงทุน 5,600 ล้านบาท กิจการผลิตน้ำมันจากปาล์มและรำข้าว 4 โครงการ ลงทุน 4,000 ล้านบาท กิจการห้องเย็น 8 โครงการ ลงทุน 3,700 ล้านบาท กิจการผลิตผงชูรส ลงทุน 3,500 ล้านบาท กิจการผลิตอาหารสัตว์ 4 โครงการ ลงทุน 4,100 ล้านบาท และกิจการเลี้ยงสัตว์ 3 โครงการ ลงทุน 3,500 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับการขอรับส่งเสริมที่เป็นโครงการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ จำนวน 526 โครงการ ลงทุน 255,848 ล้านบาท มูลค่าการลงทุนขยายตัว 24.4 % เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยนักลงทุนต่างชาติที่ยื่นขอรับส่งเสริมมากที่สุดเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น ยื่นขอรับส่งเสริม 282 โครงการ ลงทุน 167,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28 % เมื่อเทียบเงินลงทุนจากญี่ปุ่นในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รองลงมาเป็น มาเลเซีย ยื่นขอ 156 โครงการ ลงทุน 16,850 ล้านบาท ฮ่องกง ยื่นขอ 14 โครงการ ลงทุน 15,246 สิงคโปร์ ยื่นขอ 33 โครงการ ลงทุน 10,4802 ล้านบาท เนเธอร์แลนด์ 10 โครงการ ลงทุน 9,112 ล้านบาท