หลังเปิดตัวลงสนามแข่งขัน "เพย์ทีวี" อย่างยิ่งใหญ่ กับการคว้าชัยลิขสิทธิ์ "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" 3 ฤดูกาล ปี 2013-2016 มูลค่า "หมื่นล้าน"
มาอยู่ในมือ หวังเป็นกลยุทธ์หลักขยายฐานสมาชิกแพลตฟอร์ม "ซีทีเอช" เข้าสู่ครัวเรือนไทยให้ได้ 3 ล้านรายในปีนี้
ขณะที่การจัดสรรคลื่นโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) 48 ช่องของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ในปีนี้ โดยเฉพาะช่องรายการธุรกิจ 24 ช่อง ถือเป็นอีก "โอกาส" ที่ซีทีเอช กำลังจัดทำแผนวิเคราะห์การลงทุนในขณะนี้
วิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุเนชั่น คลื่นเอฟเอ็ม 90.5 รายการ"ลับคมธุรกิจ" ว่าปัจจุบันได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา โอกาสการลงทุนในกิจการ "ทีวีดิจิทัล" ว่าจะ synergy รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจเพย์ทีวีและผู้ถือหุ้นซีทีเอชอย่างไร
"เรากำลังศึกษาอย่างละเอียดและระมัดระวัง เพราะเป็นกิจการที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่ในมุมนักลงทุน มองว่าทีวีดิจิทัล เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคต"
แม้ว่าผู้ประกอบการเพย์ทีวี รายอื่นๆ ได้ประกาศตัวเข้าสู่สนามแข่งประมูลทีวีดิจิทัลไปแล้ว เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมสื่อมาก่อนและเตรียมการมาล่วงหน้า แต่ซีทีเอช ถือเป็นรายใหม่ในกิจการสื่อ จึงต้องศึกษาอย่างละเอียด โดยได้ว่าจ้างมืออาชีพ มาวิเคราะห์แผนธุรกิจและโอกาสการลงทุนในครั้งนี้
ขณะนี้ผลการศึกษาของคณะทำงานยังไม่สรุป แต่วิเคราะห์เบื้องต้นว่า "ทีวีดิจิทัล" จะกระตุ้นผู้ชมให้หันมาสนใจสื่อดังกล่าวมากขึ้น เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในรอบ 50 ปี หากซีทีเอช จะเข้าไปลงทุนในทีวีดิจิทัล จะต้องตอบโจทย์ และต่อยอดธุรกิจในสิ่งที่ ซีทีเอช จะก้าวเดินสู่ในเส้นทางธุรกิจ "เพย์ทีวี" ด้วยเช่นกัน
วิชัย บอกว่าหากพิจารณาความน่าสนใจในกิจการ "ทีวีดิจิทัล" เบื้องต้น คงเป็นช่องวาไรตี้และช่องข่าว ด้านงบประมาณลงทุน "วันนี้ยังไม่ได้เตรียมตัวเลข แต่ไม่ยากที่จะจัดหาเม็ดเงินมาลงทุน"
ยุทธศาสตร์การลงทุนในกิจการทีวีดิจิทัล ซีทีเอชเชื่อในโมเดลการร่วมเป็น"พันธมิตร" เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันทั้งด้านคอนเทนท์ เทคโนโลยี และเม็ดเงิน และเห็นว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการลงทุนในอุตสาหกรรมสื่อ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุน
"หากเราจะลงทุนในทีวีดิจิทัล ก็ต้องการหาพันธมิตรเข้าร่วมประมูล เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในอนาคต" วิชัยกล่าว
สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากซีทีเอช ซึ่งระบุว่าในช่วงต้นเดือนมิ.ย.นี้ ซีทีเอช ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาโอกาสการลงทุนในกิจการ "ทีวีดิจิทัล" เนื่องจากเห็นโอกาสในการเป็นเจ้าของช่องรายการ "ฟรีทีวีดิจิทัล" ใบอนุญาตประกอบกิจการ 15 ปี โดยมีโอกาสหารายได้จากเม็ดเงินโฆษณาฟรีทีวี ที่มีแนวโน้มเติมโตทุกปี อีกทั้งยังเป็นโอกาสขยายฐานธุรกิจใหม่ให้กับซีทีเอช นอกจากธุรกิจเพย์ทีวี
ประการสำคัญมีพันธมิตรจาก "ต่างประเทศ" ในธุรกิจโทรคมนาคมและผู้ให้บริการโครงข่ายในเอเชีย เข้ามาเสนอแผนลงทุน เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรกับซีทีเอชในการประมูลทีวีดิจิทัลในครั้งนี้
รูปแบบการลงทุนทีวีดิจิทัลของซีทีเอช จะร่วมทุนกับพันธมิตร ต่างประเทศและผู้ประกอบการในไทย โดยซีทีเอช จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนใหม่ราว 60% เพื่อเข้าไปประมูลทีวีดิจิทัล ขณะนี้สนใจช่อง "เอชดี" ด้วยมีโอกาสการหารายได้จากคอนเทนท์วาไรตี้สูง หากดูจากราคาตั้งต้นการประมูลช่องเอชดีที่ 1,510 ล้านบาทต่อช่อง ดังนั้นแผนการลงทุนทีวีดิจิทัลของซีทีเอชและพันธมิตรคงต้องเตรียมงบประมาณไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
แผนการศึกษาลงทุน "ทีวีดิจิทัล" ของซีทีเอช นับเป็นอีกธุรกิจแพลตฟอร์มเพย์ทีวี ที่เห็นโอกาสการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของใบอนุญาตฟรีทีวีดิจิทัล 15 ปี เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มเพย์ทีวี ทั้ง "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" และ "ทรูวิชั่นส์" ที่ประกาศตัวลงสนามแข่งประมูลทีวีดิจิทัลไปก่อนหน้านี้






