คาดผลประกอบการหลักปรับตัวดีขึ้น, มีแนวโน้มอัพไซด์
ประเด็นการลงทุน
ประเด็นหลักจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายืนยันมุมมองเชิงบวกที่เรามีต่อแนวโน้มการดำเนินงานของ THAI ความคาดหวังในผลประกอบการหลักที่ปรับตัวดีขึ้น YoY ในไตรมาส 2/56 และการนำสายการบินนกแอร์เข้าจดทะเบียนฯในตลาดหุ้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้อัตราการเติบโตของประมาณการกำไรเฉลี่ยสะสมในช่วงปี 2556-58 อยู่ที่ 32% (เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการในภูมิภาค แต่สูงกว่าประมาณการการเติบโตของกำไรของ SET ในช่วงเดียวกัน) ซึ่งหนุนโดยการขยายฝูงบินและรายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น จากการประเมินมูลค่า หุ้นบริษัทในขณะนี้มีระดับการซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2556 ที่ 12.8 เท่า และ PBV ที่ 0.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค (รวมทั้งสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบและสายการบินต้นทุนต่ำ) ที่ 15.5 เท่า และ 1.0 เท่า ตามลำดับ
คาดการณ์ผลการดำเนินงานหลักปรับตัวดีขึ้น YoY ในไตรมาส 2/56
โดยปกติแล้วไตรมาสที่สองจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทยและ THAI แต่เราคาดว่าการดำเนินงานหลักของบริษัทในไตรมาส 2/56 จะฟื้นตัว YoY หนุนโดยการขยายฝูงบิน, การจัดการปริมาณการผลิตและรายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 75.8% ในเดือนเม.ย. และ 67% ในเดือนพ.ค. เราประมาณการอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น MoM ในเดือนมิ.ย. ด้วยการจัดการปริมาณการผลิต ดังนั้นเราคาดว่าอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในไตรมาส 2/56 จะอยู่ที่ประมาณ 70% อย่างไรก็ตามอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในไตรมาส 2/56 อาจจ่ำกว่า 75.1% ที่เคยรายงานไว้ในไตรมาส 2/55 เนื่องจากฝูงบินที่ใหญ่ขึ้น ให้สังเกตว่าจำนวนผู้โดยสารเติบโตต่อเนื่องหากเทียบจากปีที่ผ่านๆมา
เราคาดการณ์รายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยในไตรมาส 2/56 เพิ่มสูงขึ้น YoY เป็น 2.67 บาทต่อกม. จาก 2.64 บาทต่อกม. ในไตรมาส 2/55 นอกจากนี้เราคิดว่าราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงในไตรมาส 2/56 จะนำมาซึ่งอัพไซด์ต่อผลการดำเนินงานหลักของ THAI ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตามผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินที่อ่อนตัวลงอาจส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2/56 ลดลงบางส่วน







