วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บ้านปู'เดินหน้าซื้อหุ้นคืนให้ครบ5%

"บ้านปู"เดินหน้าซื้อหุ้นคืนเพิ่มให้ครบ 5% ประกาศจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หวังเพิ่มรายได้แตะ 40%

กรณีที่สถาบันจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ส่งสัญญาณอาจจะปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทยลง แม้จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยน้อยมาก เพราะพื้นฐานโดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่การไหลออกของเงินทุนต่างชาติช่วงที่ผ่านมา ทำให้หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีหลายบริษัท ราคาปรับลดลงต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี โดยหุ้นบริษัทบ้านปู หรือ BANPU ก็เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ

ล่าสุดราคาหุ้นบ้านปูเมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.) ปรับตัวลดลงมาปิดตลาดที่ระดับ 271 บาท ลดลง 9 บาท หรือ 3.21% มีมูลค่าการซื้อขาย 459.5 ล้านบาท

ขณะที่ นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านปู ยอมรับว่า ราคาหุ้นบ้านปูที่ปรับลดลงต่อเนื่อง จนต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี คงจะสืบเนื่องมาจากราคาถ่านหินที่อ่อนตัวลง ซึ่งนักลงทุนที่จะลงทุนหุ้นบ้านปู ต้องเข้าใจธุรกิจ หากมองเป็นลงทุนระยะสั้นแค่ 3- 6 เดือนคงไม่ได้ ทั้งนี้ฝ่ายบริหารของบริษัท ก็พยายามบริหารความเสี่ยงด้านราคา โดยถ่านที่ผลิตจากอินโดนีเซีย ที่มีกำลังการผลิตกว่า 29 ล้านตันในปีนี้ ได้มีการทำสัญญาขายล่วงหน้าไปกว่า 90%

ที่ผ่านมาราคาหุ้นบ้านปูที่ปรับลดลง บริษัทก็เข้าไปซื้อคืนต่อเนื่อง จนปัจจุบันซื้อหุ้นคืนได้ 2% จากเป้าที่วางไว้จะซื้อคืน 5% โดยได้กำหนดวงเงินซื้อหุ้นคืนไว้ทั้งหมด 6 พันล้าน แต่ราคาหุ้นปรับลดลงแรง อาจไม่ต้องใช้เงินมากถึง 6 พันล้านบาท ซึ่งเรามีแผนชัดเจนจะต้องซื้อหุ้นคืนให้ครบ 5% โดยหุ้นที่ซื้อคืนได้ทั้งหมดไม่มีแผนที่จะนำออกมาขายในตลาด แต่จะนำไปลดทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น

"ราคาหุ้นถ่านหินไม่ได้ปรับลดลงเฉพาะบริษัทบ้านปูเท่านั้น จะเป็นการปรับลดลงทั้งภูมิภาค เราก็เข้าไปซื้อหุ้นคืนมาแล้ว 2% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและฝ่ายบริหาร เพราะการจะซื้อหุ้นคืนบริษัทจะต้องมีเงินสด มีกำไรสะสมมากพอ"นายชนินท์ กล่าว

การโรดโชว์ข้อมูลการลงทุนกับนักลงทุนในยุโรป และเอเชียก่อนหน้านี้ แต่ละกองทุน มีมุมมองการฟื้นตัวของราคาถ่านหินที่แตกต่างกันไป บางแห่งมองว่าจะมีการฟื้นตัวช่วงไตรมาส 3-4 แต่บางแห่งมองระยะยาวกว่านี้ ดังนั้นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยช่วงนี้จะให้ความสำคัญในการบริหารกระแสเงินสด การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และต้องจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ นายชนินท์ ยังกล่าวถึงภาพรวมธุรกิจถ่านหินว่า ยังได้รับผลกระทบจากซัพพลายในตลาดที่สูงมาก แต่เชื่อจะเกิดขึ้นช่วงสั้น เพราะปัจจุบันความต้องการใช้ถ่านหิน (ดีมานด์) ยังสูงต่อเนื่อง โดยดีมานด์หลักอยู่ที่จีน ซึ่งจะปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจอีกรอบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา เพราะหากปล่อยให้เศรษฐกิจเป็นไปแบบนี้ ระยะยาวจีนก็จะมีปัญหา ส่วนไตรมาส 3-4 จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งคาดจะทำให้ราคาถ่านหินตลาดโลกกระเตื้อง และมีเสถียรภาพมากขึ้น

"ระยะสั้น ซัพพลายในตลาดยังเกินอยู่ เชื่ออีกระยะหนึ่งราคาจะมีเสถียรภาพมากกว่านี้ โดยเฉพาะไตรมาส 3-4 จะเข้าสู่ฤดูหนาว ความต้องการใช้ถ่านหินจะมากขึ้น"

เขาบอกต่อว่า ราคาถ่านหินขณะนี้ค่อนข้างอ่อนตัวอยู่ที่ 85-87 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งจะยังคงอ่อนตัวระดับนี้อยู่ในช่วงไตรมาส 2-3 แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น

นอกจากนี้โครงสร้างรายได้ของบ้านปู ที่มาจาก 2 ธุรกิจหลักคือธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจโรงไฟฟ้า จะช่วยลดความเสี่ยงการทำธุรกิจได้มากขึ้น โดยพยายามจะหาช่องทางการลงทุนเพิ่มในธุรกิจไฟฟ้าที่เป็นของเดิม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท

ส่วนปีหน้าจะยังเน้นการลดต้นทุน มีการลงทุนเพิ่มในธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่ในระยะยาวจะมองหาการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะดำเนินการได้ ปัจจุบันได้ลงทุนในโรงไฟฟ้าหงสากว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ได้ประมาณไตรมาส 4 ปี 2558 และหากลงทุนโครงการใหม่กว่าจะแล้วเสร็จก็ต้องเป็นปี 2562-2563

นายชนินท์ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการปัจจุบัน กำไรจากถ่านหินลดลงมาก เพราะมีกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และโรงไฟฟ้าจากจีน 3 โรง และในปี 2558 ก็จะมีรายได้จากโรงไฟฟ้าหงสาเข้ามาเพิ่ม ซึ่งจะทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 30% แต่ในอนาคตยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเข้ามาอีก โดยสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าไม่น่าจะต่ำกว่า 30-40% ในระยะยาว