วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งทบทวนเงินจ้างที่ปรึกษา2ล้านล้าน

"ชัชชาติ"สั่งทบทวนวงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ 2 ล้านล้านบาท หลังคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตวงเงินสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่ต้องดำเนินโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และกรมเจ้าท่า (จท.) ไปทบทวนโครงการให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ โดยให้สรุปรายละเอียดแต่ละโครงการภายใน 1 สัปดาห์

สำหรับความเห็นคณะกรรมาธิการที่จะนำมาปรับปรุงการดำเนินงาน เช่น อัตราค่าจ้างที่ปรึกษา และราคาวัสดุ ไม่ว่าจะเป็น หิน ดิน ทราย ที่ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน หากแต่ละหน่วยงานคิดต่างกันต้องมีเหตุผลชี้แจงได้ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าค่าจ้างที่ปรึกษาค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยค่าจ้างที่ปรึกษาตามแผนกู้ 2 ล้านล้านบาท อยู่ที่ 2.5-3% หรือคิดเป็นเงินราว 5-6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันการคิดค่าจ้างที่ปรึกษายังไม่ได้กำหนดวิธีการคำนวณราคากลางที่ชัดเจน แต่กระทรวงคมนาคมจะใช้วิธีการคำนวณเพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยพิจารณาแยกค่าใช้จ่ายคงที่และค่าใช้จ่ายผันผวน ซึ่งจะมีผลต่อวงเงินค่าจ้างทำให้โครงการขนาดใหญ่ จะมีวงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาในอัตราที่ต่ำกว่าโครงการขนาดเล็ก เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงอาจอยู่ที่ 2% ขณะที่โครงการก่อสร้างถนนอาจมีค่าจ้างที่ 4%

"การลงทุนโครงการขนาดใหญ่จะคิดแค่ประหยัดค่าจ้างที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องคิดถึงรายละเอียดของเนื้องานด้วย โครงการที่ต้องใช้เทคนิคสูง เช่น การเจาะอุโมงค์ ก็ต้องมีค่าจ้างที่สูง เพราะหากเกิดความผิดพลาดผลเสียหายจะเป็นวงกว้างและรุนแรง"นายชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจ้างที่ปรึกษามีความจำเป็น เพราะหน่วยงานราชการไม่มีบุคลากรมากพอ แต่ก็จะพยายามกำหนดให้เหมาะสม เป็นธรรม ส่วนราคาวัสดุ เช่น ราคาหินของแต่ละหน่วยงานที่ไม่เท่ากัน จะต้องพิจารณาว่าคุณสมบัติ เช่น ขนาด ของหินต่างกันหรือไม่ หากต่างกันก็จะทำให้ราคาต่างกันด้วย

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการยังมีข้อเสนอแนะที่ดี และได้รับไว้พิจารณา เช่น การเสนอให้ขยายเส้นทางดอนเมืองโทลล์เวย์ออกไปถึงบางปะอิน จากเดิมที่สิ้นสุดที่รังสิต ซึ่งมีปัญหาการจราจรติดขัด การขยายเส้นทางนี้ก็จะช่วยให้การเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งข้อเสนอที่ให้พิจารณาความจำเป็นของการสร้างช่องรถจักรยานบนถนนเลียบชายฝั่ง

"ยอมรับว่าคณะกรรมาธิการมีข้อเสนอที่ดีและเป็นประโยชน์ ซึ่งจะนำข้อเสนอมาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนบางพื้นที่ที่ไม่มีโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ก็เนื่องจากมองระบบขนส่งภาพรวมของประเทศ ยืนยันว่าไม่ได้พิจารณาจากความต้องการของพื้นที่"