บอร์ด ร.ฟ.ท.ชี้ไม่มีอำนาจยุบบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. โยนคมนาคมและ ครม.ตัดสินใจ "สร้อยทิพย์"ยันการเงินแอร์พอร์ตลิงก์ไม่มีปัญหา
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท.เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับทราบข้อเสนอของนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. กรณียุบบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ตลิงก์) กลับมาเป็นหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ของ ร.ฟ.ท. แต่ยังสามารถให้ความเห็นชอบใดๆ ได้เนื่องจากเป็นเรื่องของนโยบายที่จะตัดสินใจ แล้วยังมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของ ร.ฟ.ท.กรณีที่ให้ตั้งหน่วยธุรกิจ 3 หน่วยหากต้องมีเพิ่มอีก 1 หน่วยจะต้องนำเสนอ ครม.พิจารณา ส่วนบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.นั้น ทางคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ได้มีคำสั่งผ่านกระทรวงคมนาคมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ให้ทำโมเดลการบริหารและแผนธุรกิจเสนอภายใน 6 เดือน ดังนั้นจึงให้แอร์พอร์ตลิงก์เร่งสรุปโมเดลการบริหารเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเสนอกระทรวงคมนาคมต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยันว่าในส่วนของการบริหารและการเงินของแอร์พอร์ตลิงก์ไม่ได้มีปัญหาใดๆ โดยอยู่ในขั้นตอนการจัดจ้าง โดย ร.ฟ.ท.ในฐานะบริษัทแม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างแอร์พอร์ตลิงก์บริษัทลูกให้ทำหน้าที่เดินรถ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความไม่เข้าใจภายใน ซึ่งบอร์ดได้กำชับทั้งผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท.เร่งรัดสัญญาการจัดจ้างแล้ว รวมถึงเตือนนายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (CEO) ในการทำงานที่ต้องประสานกับ ร.ฟ.ท.อย่างใกล้ชิด โดยตามระเบียบแอร์พอร์ตลิงก์จะต้องทำหน้าที่เดินรถตามสัญญาจ้างของ ร.ฟ.ท. โดยจะต้องส่งรายได้ให้ ร.ฟ.ท.และได้รับค่าจ้างเดินรถ ขณะที่ตามระเบียบรายได้ของ ร.ฟ.ท.ทั้งหมดจะต้องถูกส่งเข้ารัฐ
"เรื่องตั้งหน่วยธุรกิจหรือยุบบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นเรื่อวระดับนโยบาย เกินอำนาจบอร์ด จึงให้ทุกฝ่ายไปรวบรวมข้อมูลรายละเอียดเพื่อนำเสนอระดับนโยบายพิจารณาต่อไป ส่วนการบริหาร หากแอร์พอร์ตลิงก์ต้องการความคล่องตัวทางการเงินสามารถทำแนวทางที่เหมาะสมเสนอมา โดยศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องประกอบมาด้วย บอร์ดพร้อมพิจารณา เช่น ปัจจุบันแอร์พอร์ตลิงก์มีรายได้ประมาณ 1.5 ล้านบาท/วัน หรือ 45 ล้านบาท/เดือน มีรายจ่ายประมาณ 15 ล้านบาท/เดือน แอร์พอร์ตลิงก์เคยบอกว่า หากมีเงินสดหมุนเวียน 5 แสนบาท/วันจะทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เป็นต้น"นางสร้อยทิพย์กล่าว







