มีโอกาสเป็นผู้ชนะประมูล IPP สูง
EGCO เป็นหนึ่งในผู้เข้าประมูลโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ (คู่แข่ง GLOW) โดยจะมีการประกาศผลผู้ชนะการประมูลในเดือนนี้ เราคาดว่า EGCO มีโอกาสที่จะชนะการประมูลจากความได้เปรียบทางด้านต้นทุนเนื่องจากพื้นที่ที่ใช้เข้าประมูลครั้งนี้อยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าระยองเดิม ซึ่งมี Infrastructure พร้อม ซึ่งจะทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 17 บาท กรณีแย่ที่สุดหาก EGCO ไม่ชนะประมูลในครั้งนี้จะทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลงเหลือ 158 บาท
รายได้จากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ หนุนกำไรปกติ 2Q56 เติบโตต่อเนื่อง
เราคาดว่ากำไรปกติ 2Q56 เติบโต QoQ จาก (1) รายได้จากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เพิ่ม จากโครงการ GPS Phase 4 ขนาด 6.5 เมกะวัตต์ เริ่ม ก.พ. 56 ที่ผ่านมาจะรับรู้รายได้เต็มไตรมาส (EGCO ถือหุ้น 49%) และโครงการ NED ส่วนต่อขยาย ขนาด 8 เมกะวัตต์ เริ่ม พ.ค. 56 (EGCO ถือหุ้น 33%) และ (2) High Season ของความต้องการใช้ไฟฟ้า
คงประมาณการปี 56 ขณะที่เงินปันผลยังให้ผลตอบแทน 3.8%
เรายังประมาณการผลประกอบการปี 2556 ไว้เท่าเดิม โดยเราเชื่อว่าบริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 6,823 ล้านบาท (+6%QoQ) กำไรปกติยังคงมีแนวโน้มเติบโตเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าเคซอนจาก 46% เป็น 98% (ตั้งแต่ มิ.ย. 55) มารับรู้รายได้เต็มปีในปี 2556 ขณะที่ความน่าสนใจในการลงทุนของ EGCO ยังอยู่ที่เงินปันผล เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายไม่น้อยกว่า 6 บาท ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.8% เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุด
กำลังการผลิตเพิ่ม หนุนการเติบโตในระยะยาว
เราประเมินว่า การทยอยดำเนินการผลิตโรงไฟฟ้าใหม่จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตให้กับ EGCO ในระยะยาว โดยเฉพาะสัญญาขายไฟฟ้าใหม่ของโรงไฟฟ้าขนอมที่จะเริ่มปี 2559 (ขนาด 900 เมกะวัตต์) นอกจากนี้เรายังมีโอกาสปรับประมาณการเพิ่มจาก (1) โครงการ SPP จำนวน 3 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาขายไฟฟ้า คาดจะเริ่มดำเนินการผลิตระหว่างปี 2559 – 2560 (ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเหมาะสมได้) และ (2) โครงการเคซอนส่วนต่อขยายอีก 500 เมะกะวัตต์ เริ่มปี 2560 คาดจะได้ข้อสรุปภายในปี 2556 เราประเมินว่าหากบริษัทสามารถเจรจาค่าไฟในส่วนต่อขยายได้จะเพิ่มมูลค่าเหมาะสมได้อีก 3.20 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”









