กสิกรไทยมองแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 30-30.30 บาท/ดอลลาร์ จับตารัฐงัดมาตรการดูแลค่าเงินบาท อุ้มส่งออก
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 เดือนครั้งใหม่ หลังจากขยับแข็งค่าเพียงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ เงินบาทกลับมาทยอยอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์จากความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐของกลุ่มผู้นำเข้า แรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่องทั้งก่อน และภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาที่ 2.50% ตลอดจนสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับสัญญาณของมาตรการดูแลความสมดุลของเงินทุนไหลเข้าและออกของทางการไทยก็เป็นปัจจัยลบของเงินบาทด้วยเช่นกัน
โดยวันศุกร์ (31 พ.ค.) เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.25 บาท เทียบกับระดับ 29.94 บาทต่อดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (23 พ.ค.)
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (3-7 มิ.ย.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แกว่งตัวในกรอบ 30-30.30 บาทต่อดอลลาร์ จับตาสัญญาณของทางการในการดูแลประเด็นค่าเงินบาท ขณะที่ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต และภาคบริการเดือน พ.ค. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้าง ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน เม.ย. รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจหรือ Beige Book ของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังน่าจะจับตาผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอังกฤษ ในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน






