เปิดงบการเงินแบงก์ชาติปี"55 ขาดทุนกว่า 1.08 แสนล้านบาท โจทย์ท้าทายการแก้ปัญหา "ฝ่ายการเมือง-ธปท."
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานประจำปี 2555 โดยประเด็นเรื่องการขาดทุนสะสมของ ธปท.เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงและพยายามหาวิธีการแก้ปัญหา ทั้งฝ่ายการเมือง และ ธปท.เอง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดทำรายงานประจำปี 2555 ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย โดยไม่รวมทุนสำรองเงินตรา กิจการธนบัตร และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิม
รายงานฉบับนี้ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ธปท. เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2556 มีรายงานในงบการเงินที่น่าสนใจดังนี้
ขาดทุนสะสม
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 และ 2554 ธปท. มียอดคงค้างในบัญชีขาดทุนสะสม จำนวน 333,375.8 ล้านบาท และ 202,661.6 ล้านบาท ตามลำดับ รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงขาดทุนสะสมปรากฏในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของทุน
ทั้งนี้ สาเหตุการขาดทุนเกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจากการจ่ายดอกเบี้ยจากการดูดซับสภาพคล่อง ในการดำเนินนโยบายการเงิน
ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 มีภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สัญญาซื้อขายเงินดอลลาร์ สรอ. ล่วงหน้า ธปท. มีภาระผูกพันสุทธิต้องขายเงินดอลลาร์ สรอ. จำนวน 27.0 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2556
สัญญาซื้อขายเงินตราต่างสกุลล่วงหน้า ธปท. มีภาระผูกพันสุทธิต้องซื้อเงินดอลลาร์ จำนวน 541.6 ล้านดอลลาร์ เงินเยนญี่ปุ่น 4,113.1 ล้านเยนและเงินดอลลาร์สิงคโปร์ 187.7 ล้านดอลลาร์ ขายเงินปอนด์สเตอร์ลิง 376.6 ล้านปอนด์ เงินวอนเกาหลี 53,365.1 ล้านวอน เงินโครนนอร์เวย์ 0.9 ล้านโครน และเงินริงกิตมาเลเซีย 272.8 ล้านริงกิต ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2556
สัญญารับขายฝากเงินตราต่างประเทศ ธปท. มีภาระผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญารับขายฝากเงินตราต่างประเทศ จำนวน 7,529.5 ล้านเยน ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2556-2563
สัญญาสวอปเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 ธปท. มีภาระผูกพันสุทธิที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาสวอปเงินตราต่างประเทศ โดยต้องซื้อเงินดอลลาร์ จำนวน 8,831.5 ล้านดอลลาร์ เงินปอนด์สเตอร์ลิง 2,132.3 ล้านปอนด์ เงินยูโร 10,133.1 ล้านยูโร เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย 64.3 ล้านดอลลาร์ เงินโครนาสวีเดน 17,373.1 ล้านโครนา เงินฟรังก์สวิตเซอร์แลนด์ 2,468.0 ล้านฟรังก์ และเงินโครนนอร์เวย์ 15,251.3 ล้านโครน ขายคืนเงินดอลลาร์แคนาดา 1,366.1 ล้านดอลลาร์ เงินเยนญี่ปุ่น 582,019.8 ล้านเยน เงินวอนเกาหลี 780,653.0 ล้านวอน และเงินริงกิตมาเลเซีย 295.4 ล้านริงกิต ซึ่งจะครบกำหนด ในปี 2556
สัญญาซื้อขายในอนาคต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ธปท. มีภาระผูกพันสุทธิที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ในอนาคต โดยต้อง ซื้อหลักทรัพย์สกุลปอนด์สเตอร์ลิง จำนวน 10.0 ล้านปอนด์ และหลักทรัพย์สกุลวอนเกาหลี 148,500 ล้านวอน ขายหลักทรัพย์สกุลดอลลาร์ จำนวน 54.0 ล้านดอลลาร์ และหลักทรัพย์สกุลยูโร 255.6 ล้านยูโร ซึ่งจะครบกำหนด ในปี 2556
นอกจากนี้ ธปท. มีภาระผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาขายอัตราดอกเบี้ยในอนาคตสกุลดอลลาร์ จำนวน 50.0 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2557
บันทึกข้อตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement - ASA) ธปท. มีบันทึกข้อตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้ ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างกัน อายุสัญญา 2 ปี สิ้นสุดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 โดยกรณีที่ประเทศสมาชิก ประสบปัญหาทางการเงิน ธปท. จะสมทบเงินช่วยเหลือในวงเงิน 300.0 ล้านดอลลาร์ สรอ. และ ธปท. สามารถขอรับ ความช่วยเหลือได้ 2 เท่า ของวงเงินสมทบ หรือไม่เกิน 600.0 ล้านดอลลาร์ สรอ. ทั้งนี้ ในปี 2555 ธปท. และคู่สัญญา มิได้มีการขอใช้วงเงินตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
สัญญาความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralization Agreement) ธปท.และกระทรวงการคลัง เป็นภาคีในสัญญาความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ในการแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์กับเงินตราสกุลท้องถิ่นโดยสัญญาความตกลงมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2553 และจะมีการทบทวนทุก 5 ปี โดยกรณีที่ประเทศสมาชิกประสบปัญหาทางการเงิน ธปท. จะสมทบเงินช่วยเหลือในวงเงินไม่เกิน 4,552.0 ล้านดอลลาร์ และ ธปท.สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ในวงเงิน 2.5 เท่า ของวงเงินสมทบ หรือไม่เกิน 11,380.0 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ในปี 2555 ธปท. และคู่สัญญา มิได้มีการขอใช้วงเงินตามสัญญาความตกลงดังกล่าว
ความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่น (บาท-หยวน) (Chinese Yuan/Thai Baht Bilateral Currency Swap Arrangement - BSA) ธปท. มีการลงนามความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่น (บาท-หยวน) กับธนาคารกลาง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสนับสนุนให้มีการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นระหว่างกัน วงเงินรวม 70,000.0 ล้านหยวน หรือ 320,000.0 ล้านบาท อายุสัญญา 3 ปี สิ้นสุดวันที่ 22 ธ.ค. 2557 ทั้งนี้ ในปี 2555 ธปท.และคู่สัญญา มิได้มีการขอใช้วงเงินตามสัญญาความตกลงดังกล่าว
ภาระผูกพันกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธปท.โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีภาระผูกพันตามความตกลงให้กู้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศฉบับใหม่ (New Arrangement to Borrow - NAB) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำรองในกรณีทรัพยากรจากโควตาของกองทุนการเงินระหว่างประเทศไม่เพียงพอ ในวงเงิน 340.0 ล้านหน่วย สิทธิพิเศษถอนเงิน ทั้งนี้กองทุนการเงิน ระหว่างประเทศได้ขอใช้วงเงินบางส่วน
คดีฟ้องร้อง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 ในการดำเนินกิจการตามปกติ ธปท. ถูกฟ้องร้องเป็นทุนทรัพย์รวมจำนวน 4,677.4 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบผลของคดี และจากการคาดการณ์เมื่อคดีถึงที่สุดความเสียหายซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้องร้องน่าจะไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ ธปท.







