แม้ Rebound ระหว่างวัน แต่ปิดเหนือ 1,620 จุดไม่ได้ ถือเงินสดไปรอซื้อต่ำกว่า 1,580 จุด
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ การที่วานนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.50% ส่งผลให้ SET ถูกแรงขายทำกำไรในลักษณะ “Sell on Fact” ออกมาตามคาด และในระยะสั้นตราบใดก็ตามที่ SET ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,620 จุดได้ SET ยังมีโอกาสที่จะลงไปจบรอบการพักฐานจริงๆที่บริเวณ 1,580-1,550 จุดอีกครั้ง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการควบคุมค่าเงินบาท ที่ล่าสุดกระทรวงการคลังส่งสัญญาณเปิดทางให้มีการแก้ไขกฏเกณฑ์ให้แบงก์ชาติสามารถดำเนินการได้คล่องตัวขึ้น ขณะที่หลังการประชุม กนง.วานนี้มีการส่งสัญญาณชัดเจนว่าแบงก์ชาติพร้อมที่จะเข้ามาดูแลทันที หากค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นมาแบบผิดปกติอีกครั้ง ส่งผลให้เราประเมินว่าค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกในระยะสั้น โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากแรงขายของต่างชาติในพันธบัตรระยะสั้น ดังนั้นตลาดพันธบัตร และหุ้นไทยจะถูกกดดันจากแรงขายของต่างชาติต่อไป ในทิศทางเดียวกับวานนี้ที่ต่างชาติขายสุทธิออกมาทั้งตลาดพันธบัตร และหุ้นราว 8.6 และ 2.5 พันล้านบาท
เราประเมินว่ากรอบ 1580-1550 จุดเป็นพื้นที่ที่สามารถคาดหวังการ Rebound ของ SET ได้ในระยะสั้น โดยมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า (Valuation) เมื่อเทียบกับภูมิภาคเป็นปัจจัยสนับสนุน เนื่องจากในปัจจุบันตลาดหุ้นไทยซื้อขายที่ระดับ Leading P/E เพียง 13.4 เท่า หรือมี Premium เพียง 13.0% เมื่อเทียบค่าเฉลี่ย MSCI Asia ex Japan ขณะที่ถ้านำการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 มาพิจารณาด้วย SET จะซื้อขายที่ระดับ PEG เพียง 0.55 เท่า ต่ำที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาค
กลยุทธ์การลงทุน : กรณีที่ SET ยังไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,620 จุดได้ ยังคงแนะนำ ถือเงินสดไป “รอซื้อกลับ” ในกรอบ 1,580-1,550 จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, QH, BCP, AMATA, MSC, SYMC และ INET อย่างไรก็ดีสำหรับวินัยในการลงทุน กรณีผิดทางที่ SET กลับไปปิดเหนือ 1,620 จุดได้ แนะนำ “ซื้อกลับทั้งหมด”
Stock Picks
STANLY (+) แนวโน้มผลประกอบการปี 2556 (เม.ย.56 – มี.ค.57) คาดกำไรเติบโตต่อเนื่อง (+15% YoY) แม้เราคาดว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเติบโตอย่างชะลอตัวลงเหลือ +4% YoY จากปีก่อน +68% YoY อย่างไรก็ตาม STANLY มีปัจจัยบวกภายใน คือ การเดินเครื่องโรงงานใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีโอกาสได้รับเงินสินไหมประกันเหตุการณ์น้ำท่วมส่วนที่เหลือ (ราว 300 ล้านบาท) ภายในปีนี้ แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 300 บาท
BECL (+) เราประเมินว่าผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2556 จะยังคงเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ได้ เพราะนอกจากบริษัทจะได้ปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้จาก TTW มาเป็นวิธีแบ่งส่วนกำไร หลังการเข้าถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20.24% และการปรับอัตราค่าผ่านทางขึ้นราว 11% ตั้งแต่ 1 ก.ย.2556 แล้ว ยังมีปัจจัยหนุนจากกำไรพิเศษที่คาดว่าจะได้จากการเข้าซื้อขายในตลาดฯของ CK Power และแผนการจัดตั้ง Infrastructure Fund ซึ่งคดว่าจะเกิดขึ้นในภายในต้นปี 2556 ด้วย Consensus ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 46.50 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยมีแนวรับ และจุด Cut Loss ที่ 38.50 บาท แนวต้าน 43.25 บาท






