รองผู้ว่าแบงก์ชาติบอกประชุมกนง.พรุ่งนี้ (29 พ.ค.) Big Day ต้องคิดรอบคอบ "ลด-ไม่ลด"ดอกเบี้ย หลังตัวเลขการบริโภคเริ่มแผ่ว
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่ายภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน "JFCCT-Joint Foreign Chambers of Commerce Luncheon" ถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ค.) ว่า กนง.จะพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 ที่ออกมาอย่างรอบด้าน ซึ่งยอมรับว่า ไตรมาส 1 เศรษฐกิจชะลอลงมากกว่าที่คาดการณ์ แต่ไม่ได้แตกต่างไปจากประเทศอื่น ที่เศรษฐกิจชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก โดยเป็นการชะลอตัวทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน
อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังขยายตัวได้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าการชะลอตัวมาจากสาเหตุใด และจำเป็นต้องมีมาตรการเสริมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 2 หรือไม่ โดยต้องติดตามว่าปัจจัยสนับสนุน เช่น การลงทุนภาครัฐจะกระตุ้นให้เอกชนลงทุนตามได้ทันเวลาหรือไม่ ซึ่งหากการลงทุนเริ่มขึ้นและทันเวลา อัตราการขยายตัวน่าจะเติบโตได้ตามทิศทางที่ตั้งเป้าหมายไว้
"การประชุม กนง.ในวันพรุ่งนี้ ถือว่าเป็น Big Day ซึ่ง กนง.ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ว่าการบริโภคที่แผ่วลงนั้น สมควรต้องทำอะไรมาเสริมหรือไม่" นางผ่องเพ็ญกล่าว
นางผ่องเพ็ญยังกล่าวด้วยว่า การกล่าวสุนทรพจน์กับหอการค้าต่างประเทศในครั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ว่า ธปท.ยังรักษาความน่าเชื่อถือในการดูแลเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ และยังยึดมั่นในหลักการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้มีการชี้แจงถึงเครื่องมือที่จะใช้ดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย
ทั้งนี้ ธปท.ยืนยันมีเครื่องมือในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและการเคลื่อนย้ายเงินทุน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถที่จะปรับตัวได้ โดยมาตรการจะต้องมีประโยชน์มากกว่าโทษ มีผลข้างเคียงน้อยสุดและเป็นมาตรการที่เป็นมิตรกับตลาด (Market Friendly) โดยจะเลือกใช้ในระดับที่เหมาะสมตามสถานการณ์ความจำเป็น เพราะแต่ละมาตรการมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งทั้งกระทรวงการคลังและ ธปท.ต่างกังวลที่ค่าเงินบาทแข็งค่ารวดเร็วเกินไป ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ ที่จะดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงินธปท.ยอมรับว่า แนวทางการใช้วิธีแทรกแซงค่าเงินบาท ทำให้เกิดภาวะขาดทุนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซง เพื่อให้เอสเอ็มอีปรับตัวได้ เพราะหาก ธปท.ไม่เข้าแทรกแซงเหมือนในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เงินบาทก็จะแข็งค่าหลุดกรอบเป้าหมาย ซึ่ง ธปท.ยืนยันว่า หากสถานการณ์จำเป็นก็จะใช้มาตรการที่เตรียมไว้ แต่จะใช้ไม่นาน แต่จะเป็น 4 มาตรการตามที่สื่อออกมาหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้






