วีซ่า-มาสเตอร์การ์ด ยื่นฟ้องธุรกิจค้าปลีก หลังปฏิเสธไกล่เกลี่ยค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
ผู้ให้บริการบัตรเครดิต 2 รายใหญ่ของสหรัฐ "วีซ่า" และ "มาสเตอร์การ์ด" ยื่นฟ้องธุรกิจค้าปลีกจำนวนหนึ่ง ที่ปฏิเสธการไกล่เกลี่ยมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม พร้อมร้องขอให้ศาลชี้ขาดว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่ผิดกฎหมาย
การเคลื่อนไหวข้างต้นเกิดขึ้น หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย ต่อสู้กันทางกฎหมายมานานหลายปีถึงสิ่งที่เรียกว่า "ค่าธรรมเนียม" รูดบัตร ที่ผู้ค้าปลีกต้องจ่ายให้กับบริษัทผู้ให้บริการ ในการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง
เมื่อปีที่แล้ว วีซ่า มาสเตอร์การ์ด และธนาคารบางแห่งที่จัดทำบัตรเครดิต ยินยอมจ่ายเงินมากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ หรือร่วม 180,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกนับล้านราย ที่รวมตัวกันยื่นฟ้องในข้อกล่าวหาถึงการฮั้วราคาเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บัตร
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ค้าปลีก และกลุ่มการค้าจำนวนหนึ่ง รวมถึง ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่าง วอลมาร์ท ทาร์เก็ต และเมซีส์ ที่ปฏิเสธข้อตกลงยอมความข้างต้น โดยระบุว่า การยอมความไม่ได้ช่วยแก้ไขความวิตกในเรื่องวิธีการกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
การปฏิเสธดังกล่าว ทำให้บริษัทบัตรเครดิตตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาตอบโต้ด้วยการยื่นฟ้องดังกล่าว พร้อมขอให้ผู้พิพากษาชี้ขาดว่า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม ไม่ได้ละเมิดกฎหมายผูกขาดตลาดแต่อย่างใด
วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ต่างต้องการที่จะยุติการสู้รบทางกฎหมายเช่นนี้ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2548 ผ่านทางการไกล่เกลี่ย ในวงเงินราว 7,250 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมถึง การชดเชยความเสียหาย 6,050 ล้านดอลลาร์ และบรรเทาความเดือดร้อนอีก 1,200 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ การไต่สวนรอบสุดท้ายกำหนดมีขึ้นในวันที่ 12 กันยายนนี้






