นายกฯอยากเห็นญี่ปุ่นร่วมลงทุนเมกะโปรเจคในไทย รับบาทแข็งกระทบนักลงทุนแดนปลาดิบที่ลงทุนในไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของญี่ปุ่นก็ได้เดินทางไปยังอาคาร ฮิคาริเอะ เพื่อฟังบรรยายเกี่ยวกับโครงการจัดแสดงสินค้าท้องถิ่นของญี่ปุ่น และเยี่ยมชมพื้นที่การแสดงผลงานและสิ้นค้าโครงการ D47 รวมถึงเยี่ยมชมร้านค้าของจังหวัดต่างๆ ที่นำสินค้าจากหมู่บ้านใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น มาจัดแสดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความทางทวิตเตอร์ รายละเอียดของการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Nikkei ของนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาโดยสรุป ว่า ปัจจุบันไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือกันด้านความมั่นคงผ่านการฝึกคอบบร้าโกลด์ (Cobra Gold) และเออาร์ เอฟ(ARF) โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าอยากเห็นความสงบในภูมิภาคผ่านการเจรจาในเวทีต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในหลายด้าน
ขณะเรื่องค่าเงินบาทแข็งนั้น นายกฯยอมรับว่าอาจจะกระทบกับนักลงทุนญี่ปุ่น ที่ลงทุนในประเทศไทย และไทยอยากเห็นค่าเงินที่มีเสถียรภาพ เห็นเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในไทยโดยตรง มากกว่าเข้าไปลงทุนในตลาดพันธบัตร หากไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด จะทำให้การร่วมมือดูแลการเคลื่อนไหวของเงินทุนมีความสัมพันธ์กัน
นายธีรัตถ์ ระบุอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากชักชวนให้ญี่ปุ่นมาลงทุนเรื่องพลังงานสะอาด เกษตรแปรรูป โครงสร้างพื้นฐานโดยอยากเห็นระบบรถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น ในประเทศไทย เพราะขณะนี้ไทยกำลังลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนอกเหนือจากอุตสาหกรรมยานยนต์ และอยากเห็นญี่ปุ่น ไปลงทุนในภูมิภาคอื่นมากขึ้น
นอกจากนั้นยังมีความท้าทายที่ไทยและญี่ปุ่นต่างเจอคือการรับมือภัยพิบัติ ที่ต้องมีความพร้อมและมีความมั่นคงด้านอาหาร อย่างไรก็ตามในเดือนพ.ย.นี้ ที่จ.เชียงใหม่ จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างไทย-แอฟริกา จะเน้นเรื่องการพัฒนาด้านการเกษตร วิชาการ และสาธารณสุข ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมแบบนี้ เพราะเมื่อเศรษฐกิจที่จะเติบโตและมีประชากรมากขึ้น ประเทศต่างๆ ต้องมีความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร







