วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุนนำเข้าเครื่องจักร ลงทุนนอกรับบาทแข็ง

สศอ.เสนอ สศช. กำหนด 2 มาตรการ สร้างประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า หนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการไทยนำเข้าสินค้าทุน-เครื่องจักรกล

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลกระทบต่อหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคการส่งออก เนื่องจากมีรายได้น้อยลง และราคาสินค้าแพงขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกลดลง ที่ผ่านมาภาครัฐพยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางผ่อนคลายปัญหา รวมถึงหาช่องทางใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้สรุปมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินบาทแข็งค่าของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ส่งข้อมูลให้กับ สศช.เพื่อรวบรวมก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแนวทางการใช้โอกาสจากเงินบาทแข็งค่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย 2 แนวทาง คือ

1.สนับสนุนให้มีการนำเข้าสินค้าทุน และเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลใหม่

2.สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนยังต่างประเทศ ด้วยแนวทางต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้จากการนำกำไรที่จากการลงทุนในต่างประเทศกลับเข้าไทย

นอกจากนี้ยังเห็นว่า สศอ.ควรดำเนินการสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรับมือกับค่าเงินผันผวน โดยแนวงทางระยะสั้น ควรให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งส่งเสริมให้ขยายตลาดในประเทศ ตลาดชายแดนและตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อชดเชยตลาดส่งออกเดิม และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทยวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท ผ่อนผันให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์ซื้อขายสินค้าระหว่างซัพพลาย เชน ในประเทศได้

ส่วนแนวทางการดำเนินการในระยะยาว ควรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

"เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นการสร้างโอกาสสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการออกไปลงทุนต่างประเทศ และสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่ต้องการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรถูกลง ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้"

นายสมชายกล่าวว่า โดยเฉพาะการนำเข้าเทคโนโลยีและเครื่องจักรจากญี่ปุ่น ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยชน์จากทั้งการที่เงินบาทแข็งค่า และเงินเยนอ่อนค่า และยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558

สำหรับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านการส่งออกนั้น ทาง สศอ.ได้ติดตามสถานการณ์พบว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบเนื่องจากสินค้าแพงขึ้น อาจทำให้เสียตลาดให้กับประเทศคู่แข่งในอนาคตได้ เช่น อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม เกาหลีใต้

นอกจากนี้ สศอ.ได้สอบถามผู้ประกอบการบางรายที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดญี่ปุ่น พบว่าได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนมาก เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าลง 16% ในขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 3 % ทำให้ผู้ส่งออกไทยถูกลูกค้าในตลาดญี่ปุ่นขอต่อรองราคา

โดย สศอ.ประเมินว่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้รายได้จากการส่งออกในรูปเงินบาทของไตรมาส 1 ปีนี้ หายไป 55,156 ล้านบาท และถ้าค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 29 บาท จะกระทบผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมลดลง 52,672 ล้านบาท

นายสมชาย กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่า 43,091 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 7.04 % ส่วนการส่งออกในรูปเงินบาทมีมูลค่า 1.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.14 % แสดงให้เห็นว่าการส่งออกในรูปเงินบาทได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา