ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมต่างหากที่ช่วยสร้างความแตกต่าง สร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงให้เกิดต่อสังคม
โลกที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ถือเป็นตัวการสำคัญที่คอยสร้างปัญหาและความท้าทายในการดำเนินชีวิตของผู้คน แต่ขณะเดียวกันมันก็ช่วยสร้างประโยชน์และทำให้ชีวิต "ง่าย" ยิ่งขึ้น
เช่นในอดีตโรค "มาลาเรีย" ขึ้นชื่อว่าร้ายแรง แต่ปัจจุบันผู้คนกลับต้องเผชิญ "โรคมะเร็ง" ที่กลับร้ายแรงยิ่งกว่า ขณะที่เทคโนโลยีที่ทันสมัยก็อำนวยประโยชน์ผู้คนให้สามารถสื่อสารและเดินทางไปทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นต้น
อย่างที่รู้กันดีว่าเหรียญมีอยู่สองด้าน และด้านที่ส่งผลกระทบด้านลบมักมีความซับซ้อนยิ่งกว่า และกลายเป็นที่มาของโครงการ "เดอะพลัส" ของบริษัทฟิลิปส์ ซึ่งมีเป้าหมายจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรโลก โดยคัดเลือก 4 ประเทศในภูมิภาค "เอเชียแปซิฟิก" ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และเกาหลี ในการนำร่อง
เหตุผลก็คือ เอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงและเป็นตลาดที่ฟิลิปส์เข้ามาดำเนินธุรกิจยาวนานแล้ว อย่างเช่นประเทศไทย
เชื่อหรือไม่ว่า ฟิลิปส์อยู่คู่กับสังคมไทยมานานถึง 60 ปี
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟิลิปส์ขับเคลื่อนโครงการ"เดอะพลัส" เพื่อตอบแทนคืนกลับสู่สังคมไทยและประเทศในเอเชียแปซิฟิค
หากแต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงยังมีมากไปกว่า มร.อแรนท์ แจน เฮลเลสลิงค์ (เอเจ) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า เดอะพลัส จะช่วยทำให้คนมองเห็นฟิลิปส์ในอีกแง่มุม รวมถึงทิศทางที่บริษัทนี้กำลังมุ่งเดินไป
เพราะไม่ใช่แค่โลกที่เปลี่ยนแปลง แต่ฟิลิปส์เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ฟิลิปส์ในเวลานี้วางบทบาทตัวเองใหม่ โดยหันมามุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้คนทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก (Health and Well-being) ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ การแพทย์และการดูแลสุขภาพ (Healthcare) ไลฟ์สไตล์หรือกลุ่มสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (Lifestyle) และไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง (Lighting)
ถามว่านี่คือเรื่องของการตลาดหรือไม่?
เอเจ กล่าวย้ำว่า "เดอะพลัส" เป็นโครงการซีเอสอาร์ของฟิลิปส์
มุมมองของเขาก็คือ ซีเอสอาร์ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องการบริจาคเงิน โดยองค์กรมักจัดสรรเงินก้อนหนึ่งเพื่อนำมาทำความดี นำมาตอบแทนสังคม หากแต่วิธีดังกล่าวมีข้อจำกัด ก็คือ เมื่อมีเงินอยู่เท่านี้ก็จะทำได้เพียงเท่านี้
"แต่เพราะฟิลิปส์มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมไปด้วยนวัตกรรมอยู่ในมือ และสินค้าเหล่านี้ต่างหากที่จะช่วยสร้างความแตกต่าง ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงให้เกิดต่อสังคม "
สำหรับเขาแล้ว นี่คือบทบาท "พลเมืองดี" ของฟิลิปส์
อย่างไรก็ดีโครงการเดอะพลัส ซึ่งคิกออฟไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในทั้ง 4 ประเทศดังที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะมีคอนเซ็ปต์เดียวกัน หากแต่มีวิธีการที่ต่างกันโดยขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ
แต่วิธีการหลักๆ ก็คือ มีการระดมความคิดของผู้คนในประเทศ มาช่วยกันมองหาเรื่องหรือปัญหาที่ไม่เคยถูกหยิบยกแต่ขึ้นชื่อว่าเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตประจำวัน และนำปัญหานั้นมาเปิดประเด็นเพื่อไปนำสู่การแก้ไขปัญหา
เคล็ดลับความสำเร็จ จึงอยู่ที่การ "ฟัง" เสียงของผู้คน นอกจากนั้น ก็คือการหา "เครือข่าย" ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล หรือเอ็นจีโอ มาร่วมกันแก้ไขปัญหา
เอเจบอกว่า ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนทั้งประเทศ คงไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือคนเพียงแค่คนเดียวจะสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ รวมไปถึงต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่มีวันจบ
ทางด้านการฟังนั้น ฟิลิปส์ทำโดยการระดมความคิดเห็นของคนผ่านทางเว็บไซต์ www.philips.co.th/plus (Crowdsourcing)
เขายอมรับว่าวิธีนี้อาจทำให้ได้รับความคิดเห็นของคนในวงจำกัด คือเป็นกลุ่มคนที่ใช้ไอทีเท่านั้น ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาอาจยังเข้าไม่ถึงช่องทางนี้ ซึ่งทางฟิลิปส์เองก็กำลังหาเครือข่ายที่จะเข้ามาช่วยสำรวจความคิดเห็นของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลมากยิ่งขึ้น
สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาฟิลิปส์ได้กำหนดธีมในการระดมความคิดขึ้นมา 3 ธีม ได้แก่ การยกระดับเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่(Livable Cities) การส่งเสริมผู้บริโภคอยู่อย่างมีคุณภาพ (Healthy Living) และการส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงการบริการทางสุขภาพให้ดีขึ้น (Access to Healthcare) ซึ่งมีผู้สนใจและนำเสนอไอเดียเข้ามามากถึง 400 ไอเดีย
ซึ่งฟิลิปส์ก็ได้คัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ไอเดีย และนำไปสู่การปฏิบัติจริง นั่นคือ
โครงการภายใต้ธีม "เมืองน่าอยู่" ฟิลิปส์มีการติดตั้งโคมไฟ LED พลังงานแสงอาทิตย์ ณ บริเวณสวนหลวงพระราม 8 ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้คนในชุมชนสามารถมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมในสวนแห่งนี้ด้วยความรู้สึกปลอดในยามค่ำคืน ทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการภายใต้ธีม "อยู่อย่างมีคุณภาพดี" ฟิลิปส์ได้สร้างแอปพลิเคชั่น Healthy Living สำหรับผู้ใช้ smartphone ทั้งในระบบ iOS และ Andriod ซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวไว้คอยแจ้งเตือนผู้ใช้งานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดูแลสุขภาพตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน โดยให้คำแนะนำถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพต่างๆเช่น เคล็ดลับการออกกำลังกาย เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
และโครงการภายใต้ธีม "การบริการทางสุขภาพให้ดีขึ้น" ฟิลิปส์ได้ร่วมมือกับ "สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน" ในการจัดตั้งศูนย์ตรวจสุขภาพนี้ขึ้นจะเคลื่อนที่ไปยัง 6 ชุมชนในกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาเพื่อตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำเบื้องต้นในการรักษาแก่ผู้สูงอายุในชุมชนเหล่านั้นจำนวนทั้งสิ้น 600 คน






