วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Up and Down

ทดสอบเป้าหมาย 1650-1655 จุด

คาดดัชนีฯ Up and Down แนวรับ 1635/1630 จุด แนวต้าน 1650/1655 จุด แนะนำ แบ่งขายทำกำไร 30% บริเวณเหนือ 1650 จุด โดยดัชนีฯ มีโอกาสแรลลี่ไปได้ถึง 1670 จุดก่อนที่จะมีการปรับฐานตามเทคนิค โดยปัจจัยลบจะมาจาก ความเสี่ยงจาก แนวโน้ม QE3 อาจถูกลดขนาด หรือถูกยกเลิก อาจมีสูงขึ้น หลังการแถลงภาวะเศรษฐกิจของประธานเฟด เบน เบอร์นาเก้ต่อสภาคองเกรสและรายละเอียดของผลประชุมเฟดที่ผ่านมา (วันพุธนี้) รวมถึง แรงขายจาก Trigger Fund ของบลจ.ต่างๆ เช่น MFC มูลค่า 2 พันลบ. ฯลฯ ส่วนการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (ปิโตร+พลังงาน) อาจมีต่อเนื่องในวันนี้ หลังดอลล์สหรัฐฯกลับมาอ่อนค่ารอบใหม่ (แต่เราคาดว่าระยะเดือน มีโอกาสถูกขายล็อคกำไร อิงผลสำรวจเดือนพ.ค.ของผู้จัดการกองทุน มูลค่ารวม $661bn. โดย ML ยังคง Underweight หุ้นกลุ่ม Commodities เพิ่มเป็น 29% แย่สุดตั้งแต่ ธ.ค. 2551 Vs ผลสำรวจ เม.ย.ที่11%) จากแนวโน้มเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและแรงกดดันเงินเฟ้อเบาบาง

ส่วนปัจจัยบวก จะมาจาก การมีมุมมองเชิงบวกต่อ Equities และโอกาสทีผลประชุมกนง. (ปลายเดือนนี้) มีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายฯ มีสูงขึ้น หลังรายงาน 1Q56GDP ไทย ออกมาไม่สูงตามคาด (สภาพัฒน์ปรับลดเป้าหมายปีนี้ 0.30% เป็น 4.2-5.2%)

เราคงคำแนะนำ ซื้อ 1. หุ้นที่ติดคำนวณใน MSCI Standard Index: HMPRO MINT INTUCH TRUE 2. หุ้นกลุ่ม สายการบิน THAI AAV และกลุ่มรับเหมาฯ CK ITD และกลุ่มยางมะตอย TASCO ได้ประโยชน์จากขาขึ้นของน้ำมันดิบมีจำกัด 3. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยลดลง เช่น ไฟแนนซ์ KK SINGER TK GL หรือ ที่อยู่อาศัย QH LPN

ส่วนทางเทคนิค ดัชนีฯ อยู่ในรูปแบบขาขึ้น Double Bottom และกำลังขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1650-1670 จุดภายในเดือนนี้ ส่วนความเสี่ยงขาลงอยู่ที่ 1600/1580 จุด (จากเดิม 544-1570 จุด)