สุชาดา อิทธิจารุกุล แม่ทัพแม็คโครเพชรน้ำงามของเจ้าสัวซี.พี.

สุชาดา อิทธิจารุกุล แม่ทัพแม็คโครเพชรน้ำงามของเจ้าสัวซี.พี.

“สุชาดา อิทธิจารุกุล”แห่งแม็คโคร ยืนหยัดเป็นห้างค้าส่ง ในภาวะแข่งดุในสังเวียนดิสเคาท์สโตร์ ฉีกตลาดสู่มิตรแท้โชห่วย จนธุรกิจโตวันวันโตคืน

หากเปรียบการเข้าซื้อแม็คโครของซีพีออลล์ เป็น ละครฮิตช่วงไพร์มไทม์ !! "ตัวนาง" ที่แฟนคลับเฝ้าตามติด หนีไม่พ้นนางเอกโฉมงาม ที่คนอย่างเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ยังต้องซูฮกในความเก่งกาจ เรียกว่า "งามอย่างมีคุณค่า" กลบทั้งเสียงวิจารณ์ ซื้อแพง หนี้พอก โดยเจ้าสัวธนินท์ ลงทุนออกโรงขอพูด


โฉมงามนางนั้นคือ "สุชาดา อิทธิจารุกุล" รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) แม่ทัพธุรกิจค้าส่ง ที่เป็นเหมือน "เพชรน้ำงาม" ที่เจ้าสัวไม่สนใจบทวิเคราะห์ วิจารณ์ ก่อนและหลังการซื้อกิจการ สนใจอยู่อย่างเดียวคือทีมงานของนาง โดยยอมซื้อแม็คโครด้วยราคาแพงระยับ หุ้นละ787 บาท มูลค่ารวม 188,880 ล้านบาท กลายเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดของการซื้อกิจการในไทย


หญิงงามนามนี้ อายุร่วงสู่วัย 58 ปี แต่ยังพราวเสน่ห์ จากความไม่ธรรมดาของเจ้าหล่อน ไม่ใช่เฉพาะเจ้าสัวที่เอ่ยปากชมเปราะหลังซื้อกิจการ แม้กระทั่งในงานประชุมผู้ถือหุ้นแม็คโคร ครั้งก่อน บรรดานักลงทุนรายย่อย ต่างพากันรุมล้อมขอฟังทิศทางธุรกิจแน่นขนัดห้องประชุม เรียกว่าปลื้มในผลงาน


นักลงทุนรายย่อยบางรายถึงกับบอกว่า การเข้าซื้อแม็คโครของซี.พี. ขออย่างเดียวคือ “ใครปลดสุชาดามีเคือง !!” เรียกเธอว่า ซุปตาร์นักลงทุนก็คงไม่ผิดนัก เพราะผู้ถือหุ้นหลายคน ยอมเดินทางมาไกลจากทั้งจากภูเก็ตพิษณุโลก นครสวรรค์ เพื่อมาฟังคำมั่นจากปากเธอว่า จะไม่คิดทิ้งเก้าอี้ผู้นำแม็คโคร และไม่ทิ้งโชห่วย


“อย่าเพิ่งรีไทร์จนกว่าจะถึง ปี 2020 นะครับ (อีก 7 ปีจากนี้)” เสียงหนึ่งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแม็คโคร เปล่งขึ้น
ฝีไม้ลายมือของเธอ ยังกลายเป็นที่มาของฉายาแม่หญิงเหล็ก การันตีจากผลงานปลุกปั้นแม็คโคร ที่ไม่ได้ขายกะปิ น้ำปลา หมูบะช่อ แต่เลือกที่จะบริการครบองค์เรื่องค้าขาย ขวัญใจโชห่วย พ่อค้า แม้ขาย ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง ยันภัตตาคาร ล้วนมาจากการนำทีมของเจ้าหล่อน ที่ต้องคิดเยอะ ทดลองมาก วางระบบให้ชัวร์ !! ก่อนจะลงมือทำ
เธอบอกว่า.."พี่เป็นคน คิดช้า แต่ทำไว"


"แรกๆ ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดากับการครีเอทตลาดใหม่ ต้องหาวิถีทางที่จะสร้างความต่างจากคนอื่น โดยไม่วอกแวกถอดใจปรับเปลี่ยน โชคดีก็ตรงผู้ถือหุ้นไฟเขียว เพียงแต่ต้องรายงานให้ผู้บริหารทราบทุก 2 เดือนว่าจะทำอะไร” เธอเล่าถึงอิสระในการบริหารงาน ค้าส่งรายใหญ่ของไทย เลือกที่จะจับตลาดไปยังกลุ่มโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ ในสัดส่วน 50% และกลุ่มโฮเรก้า หรือ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ธุรกิจจัดเลี้ยงและโรงแรม เป็นตลาดที่สร้างมาจนเกิดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เหนียวแน่น สัดส่วน 30%

สนับสนุนแนวคิดที่ว่า "เดินมาถูกทาง"


โดยในปี 2555 รายได้แม็คโคร ไต่ระดับมาอยู่ที่ 114,955 ล้านบาท มีกำไร 3,555.92 ล้านบาท เทียบกับปี 2554 มีอัตราการขยายตัวของกำไรสูงถึง 34.97 %


“10 ปีที่แล้ว ใครก็ว่าเราไปแน่ เราไปจริง แต่เราไปโลด ไม่ไปร่วง (หัวเราะ) เพราะเรารู้ว่ายืนอยู่ตรงไหน ถึงจะยืนได้อย่างแข็งแรง” เธอย้อนความหลัง


ขณะที่ปีนี้ยังคงขยายสาขาไม่หยุดยั้ง ภายในสิ้นปี 2556 แม็คโครจะมีสาขาเพิ่มจาก 58 สาขาเป็น 62 สาขา
ในการประชุมผู้ถือหุ้น เธอต้องคอยตอบคำถามเหล่าบรรดาแฟนคลับนักลงทุนที่มาห้อมล้อมถามว่า "เปลี่ยนเจ้าของจากกลุ่มทุนดัตช์ เป็นซี.พี. จะสั่นคลอนสิ่งที่แม็คโครเดินมาไหม?"

เจ้าตัวยืนกรานว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งทีมบริหารและกลยุทธ์ “เรายังทำงานทุกอย่างเหมือนเดิม ทางนี้เรามาถูกต้องแล้ว"

สำหรับเธอแล้วเจ้าสัวธนินท์ ยังเป็นนักธุรกิจในดวงใจ จากความสามารถในศาสตร์ธุรกิจ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงการค้า

“ซี.พี.เป็นผู้ก่อตั้งแม็คโครคนแรก ซี.พี.เอาสินค้ามาขายในแม็คโคร เราน่าจะเป็นคู่ที่เข้ากันได้ดี เป็นธุรกิจที่มาเสริมกัน" ซีอีโอหญิงระบุถึงความลงตัวทางธุรกิจ ระหว่างค้าส่ง(แม็คโคร) กับค้าปลีก (เซเว่น อีเลฟเว่น) จนออกปากว่าเป็น "คู่สร้างคู่สม"


เธอยังบอกด้วยว่า ค้าส่งในเมืองไทยยังขยายได้อีกมาก ความเก่งของซี.พี.ในเรื่องสินค้าอาหารในภูมิภาคอาเซียน เมื่อผนึกกัน ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น

“ต่อให้มีทีมงานที่เก่ง แต่หากเราไปโดดๆ ในที่ที่ไม่มีพื้นฐานเลยก็จะช้า หากมีคนมาช่วยดัน ทำไมเราจะไม่ไปล่ะ” เธอพูดถึงซี.พี.ที่จะเข้ามาช่วยเสริมทัพแม็คโคร ขณะที่ตัวเธอเองก็ต้องเตรียมความพร้อมรุกสู่ตลาดอาเซียน
"ตอนนี้พี่ก็เตรียมเรียนภาษา AEC ไว้แล้ว อย่าง ซัวสะเดย (สวัสดีในภาษากัมพูชา) มิงกาลาบา (สวัสดีในภาษาพม่า)" หญิงเก่งกล่าวอย่างอารมณ์ดี


เธอยังมีแนวคิดเชิงบวก อ้าแขนรับการมาผนึกกำลังของเจ้าสัวธนินท์ ที่จะมาอย่างมิตรแท้ ไม่ใช่ศัตรูหวังทุบแม็คโคร
“หากคุณซื้อบ้านราคาแพง คุณก็ต้องอยากทำมันให้ดี มีหรือจะทุบบ้านทิ้ง” สุชาดา พูดให้ได้คิด
เท่านั้นไม่พอ ตัวเธอก็ยังฟิตและยังเต็มไปด้วยพลัง พร้อมที่จะเล่นบทบู๊เจาะตลาด"ค้าส่ง-ค้าปลีก" ร่วมกับเจ้าสัวธนินท์


“แม้จะเหนื่อย แต่ก็สนุก หากเดือนไหน ไม่ได้เปิดสาขาสองสามเดือน เหมือนทำงานไม่ได้ exercise ที่พูดแบบนี้ไม่ได้เว่อร์” หญิงวัย 57 ยืนยันเสียงหนักแน่น สำหรับเธอยังไม่มีคำว่าฮีโร่ลุยเดี่ยว แต่ต้องเล่นกันแบบแพ็คทีม เต็มแผง "พี่เชื่อมั่นในทีมงานว่าจะทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนเก่งเพียงคนเดียว”

ทว่า แม่ทัพหญิงยังมีความลังเลกับแผนการที่ซี.พี.จะขยับไปพัฒนาที่ดินโดยรอบสาขาต่างๆของแม็คโคร ซึ่งจะทำให้แม็คโครกระโดดไปทำในสิ่งที่เหนือกว่าความถนัด ซึ่งเธออาจจะต่อรองให้คนถนัดมาช่วยเสริมทีมทำในเรื่องนี้ก็เป็นได้
"แม็คโครเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ถนัดเท่านั้น" ซีอีโอค้าส่งบอกปัด


ส่วนประเด็นการผูกขาดรวบธุรกิจเบ็ดเสร็จหลังซี.พี.ซื้อแม็คโคร อาทิ การขึ้นการบีบซัพพลายเออร์ให้ลดราคาสินค้า หรือแม้แต่เป็นตัวตั้งตัวตีที่จะขึ้นราคาสินค้าซะเอง เธอรีบปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำว่า.. ซี.พี.ไม่น่าจะเลือกใช้วิธีตีหัวเข้าบ้าน


"มันไม่หมูอย่างนั้นหรอกอีหนู อย่างนั้นพี่ขึ้นราคาสินค้าเองดีกว่า มันต้องทำงานอย่างฉลาด อย่างนั้นไม่ต้องมาใช้พี่ ไปใช้ ใครก็ได้" สุชาดา ออกปากถึงความสามารถในการปั๊มยอดขายให้กับแม็คโคร ไม่ใช่เอะอะ!! ก็ขึ้นราคา
ครบถ้วนกระบวนความ จุดเริ่มต้นของชีวิตค้าส่ง-ค้าปลีก ของ "แม่สาวแม็คโคร” กับ "พ่อหนุ่มซี.พี." ที่น่าติดตามชีวิตคู่ของพันธมิตรธุรกิจทั้งสอง ว่าจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง แค่ไหน ?