สภาธุรกิจตลาดทุนไทยชงรัฐบาลห้ามต่างชาติลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ต้นตอเก็งกำไรค่าเงิน ดันบาทแข็ง ไม่จำเป็นลดดอกเบี้ย
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า วันนี้สภาธุรกิจตลาดทุน ได้หารือกันถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท มีความเห็นตรงกันว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เกิดจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้นของไทย จึงเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการจำกัดการเก็งกำไรของต่างชาติ ด้วยการห้ามนักลงทุนต่างชาติลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่ถึง 6 เดือน
"หากหน่วยงานภาครัฐกำลังพิจารณามาตรการสำหรับใช้ดูแลค่าเงินบาท การจำกัดการเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้นของต่างชาติ น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดมากที่สุด เราไม่เห็นด้วยที่จะออกมาตรการที่กระทบกับความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น และการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว เพราะไทยยังต้องการเม็ดเงินระยะยาวมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เงินที่ไหลเข้าในส่วนนี้จึงเป็นสิ่งที่ดี"
ส่วนการลดดอกเบี้ยนั้น มองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ เก็บไว้ก่อนได้ เพราะปรากฎการณ์ที่เม็ดเงินไหลเข้า น่าจะต่อเนื่องอีกหลายปี และหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เพิ่มปริมาณเงินในระบบจำนวนมาก
นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันต่างชาติถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปีอยู่เกือบ 2 แสนล้านบาท คิดเป็น 23.4% ของนักลงทุนต่างชาติที่ถือครองตราสารหนี้ไทยทั้งหมด 8.7 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากจากสิ้นปีที่ผ่านมาที่ต่างชาติถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเพียง 5.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 แสนล้านบาท
"ต่างชาติถือครองตราสารหนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนอยู่เกือบ 1.8 แสนล้านบาท จากการถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งหมด 2 แสนล้านบาท เงินส่วนนี้เป็นเงินที่ไทยไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะเข้ามาระยะสั้น ซึ่งนอกจากหวังประโยชน์เรื่องผลตอบแทนของราคาพันธบัตรแล้ว ส่วนใหญ่ยังเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน"
ทั้งนี้ นักลงทุนในกลุ่มนี้ จะไม่สนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย เพราะปัจจุบันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่มากกว่า 2% ถึงไทยจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก หรือ เก็บภาษีดอกเบี้ย หากสามารถทำได้ ส่วนต่างที่ได้รับก็ยังอยู่ในระดับสูง โดยการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ยิ่งหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้ามากขึ้น






