เหตุการณ์ตึกถล่มคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 400 รายในกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ทั่้วโลกตกตะลึง
นางคัลโพนา แอกเตอร์ จากศูนย์เอกภาพแรงงานบังกลาเทศ กล่าวว่า บังกลาเทศต้องปฏิรูปอุตสาหกรรมของตนก่อนที่บรรดาแฟชันนิสตาจะเริ่มสงสัยว่าพวกเขากำลังสวมใส่เสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดอยู่หรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เวียดนาม ซึ่งผลิตเสื้อผ้าป้อนอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่อย่างซารา, แมงโก และเอชแอนด์เอ็ม แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งต่างๆ อยู่ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงานที่เข้มแข็งอย่างยิ่ง ค่าจ้างที่เป็นธรรม และอุตสาหกรรมสิ่งทอที่แข็งแกร่ง
ผู้บริหารโครงการเพื่อการทำงานที่ดีกว่าในเวียดนาม อันเป็นโครงการขององค์การแรงงานสากล ระบุว่าโรงงานนรกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะสั้น ที่ให้ผลตอบแทนทันที และมีต้นทุนต่ำ แต่เวียดนามต้องการแข่งขันได้ในระยะยาวนอกเหนือไปจากแค่แรงงานราคาถูก จึงพยายามบังคับใช้และปรับปรุงกฎหมาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชาวเวียดนามกล่าวว่า การส่งออกเสื้อผ้าในไตรมาสแรกของปี 2556 มีมูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2555 และรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีเป็นอันดับหนึ่ง
สภาพการณ์ดังกล่าวตรงข้ามกับบังกลาเทศซึ่งชำนาญในการผลิตต้นทุนต่ำ และนิยมใช้รูปแบบโรงงานนรกมากกว่าลงทุนและยกระดับเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อโรงงานผลิตเสื้อผ้าถล่ม อาจเป็นจุดเปลี่ยน เพราะบังกลาเทศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2554 ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเพราะเห็นใจเพื่อนมนุษย์ แต่เพราะมีการประท้วงซึ่งเริ่มกระทบกระบวนการผลิต
ส่วนในกัมพูชานั้น อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าซึ่งพัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1990 ตั้งใจใช้กลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตราหน้าว่าเป็นโรงงานนรก ด้วยการเข้าร่วมโครงการโรงงานที่ดีขององค์การแรงงานสากล แต่ผู้นำสหภาพแรงงานมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย
ผู้จัดการร้านเสื้อผ้าระดับโลกรายหนึ่งในฮ่องกงให้ความเห็นว่า การให้ความสนใจกับอุบัติเหตุล่าสุดในบังกลาเทศกำลังกดดันทุกบริษัทให้เข้มงวดกับซัพพลายเชนของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ท้ายที่สุดแล้วบรรดาผู้ซื้อคงไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนระบบในบังกลาเทศได้ และรัฐบาลเองที่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ เพราะบังกลาเทศต่างจากเวียดนามที่ไม่บังคับใช้กฎหมายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นมาตรฐาน ทั้งยังไม่อนุญาตให้คนงานตั้งสหภาพ
หากไม่ปรับปรุงมาตรฐาน บังกลาเทศจะต้องตระหนักว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าซึ่งทำรายได้ในการส่งออกให้ถึง 80% กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง เพราะผู้ซื้อหลายรายเริ่มมองไปที่พม่า เคนยา เอธิโอเปีย และไม่ได้มองบังกลาเทศเป็นศูนย์กลางในระยะยาวเพราะมีปัญหามากเกินไป








