ม.หอการค้าฯ เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเม.ย.56 ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ค่าเงินบาทแข็งกดดัน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน เม.ย.56 อยู่ที่ 83.7 ลดลงจาก 84.8 ในเดือน มี.ค.56 ซึ่งเป็นปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 75.0 ลดลงจาก 73.9 ในเดือน มี.ค.56 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 76.4 ลดลงจาก 75.5 ในเดือน มี.ค.56 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 101.8 ลดลงจาก 102.9 ในเดือน มี.ค.56
สำหรับปัจจัยลบที่มีผลต่อดัชนี ได้แก่ ความกังวลเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วที่อาจจะกระทบกับการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม, ความกังวลความไม่แน่นอนต่อสถานการณ์ทางการเมือง, ราคาพืชผลเกษตร เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหนี้สาธารณะของยุโรป
ส่วนปัจจัยบวก ได้แก่ ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง, ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 56 เป็นเติบโต 5.1% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 4.9% และคาดว่าปี 57 จะเติบโต 5% จากเดิม 4.8%, กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 2.75% และเงินบาทแข็งค่าขึ้น
"การบริโภคของประชาชนในปัจจุบันยังมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในและนอกประเทศ ตลอดจนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน นโยบายรับจำนำข้าว การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ตลอดจนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ประชาชนยังมีความกังวลและรอดูผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต"






