ความก้าวหน้าและความล้มเหลว 'ระบบการศึกษาไทย'

ความก้าวหน้าและความล้มเหลว
'ระบบการศึกษาไทย'

ผลวิจัยระบบการศึกษาไทย (จากปฐมวัยถึงมัธยมปลาย) : ความก้าวหน้าและความล้มเหลว (Thailand K-12 Education System: Progress and Failure)

เป็นงานวิจัยถึงระบบการศึกษาไทย โดย ดร.สุธรรม วาณิชเสนี วิศวกรนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเชิงระบบมาช่วยวิเคราะห์ระบบการศึกษาไทย และ Knowledge Communication บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เป้าหมายมุ่งสร้างความเข้าใจสภาพของระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน
การวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง 1)วิกฤตการณ์ทางด้านการศึกษาของไทย 2) องค์ประกอบและความสัมพันธ์ของตัวแปรทางการศึกษาทั้งหมดของระบบการศึกษาไทย 3) ฉายภาพให้เห็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของระบบ และความเป็นมาที่ก่อให้เกิดสภาพวิกฤตการณ์ทางการศึกษาในปัจจุบัน
งานวิจัยดังกล่าวใช้เวลากว่า 2 ปี ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล มีนักวิจัยผู้รับผิดชอบหลัก คือ ดร.สุธรรม วาณิชเสนี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแนวคิดเชิงระบบ ที่ได้นำเสนองานวิจัยนี้กับผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาหลายกลุ่ม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและเพิ่มเติมจนเนื้อหามีความสมบูรณ์
โดยการนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากที่ปรึกษางานวิจัย ได้แก่ นคร ตังคะพิภพ อดีตผู้อำนวยการเชี่ยวชาญพิเศษระดับ 10 คนแรกของประเทศไทย ผู้บริหารต้นแบบ และผู้บริหารสถานศึกษาดีเด่นจากหลายสถาบันมาร่วมให้มุมมองในฐานะนักบริหารการศึกษาที่คลุกคลีอยู่กับการพัฒนาการศึกษามาโดยตลอด ร่วมด้วยขวัญสรวง อติโพธิ วิทยากรและนักเขียนบทความอิสระ ด้านการพัฒนาเมือง พัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม มาร่วมให้มุมมองในมิติเชื่อมโยงของระบบการศึกษากับระบบอื่นๆ ในสังคม
“คิดเชิงระบบต่อปัญหาการศึกษาไทย”
การแก้ปัญหา หรือ การพัฒนาการศึกษา เพื่อพัฒนาคนพัฒนาชาติ ในหลายระยะเวลาที่ผ่านมา ล้วนเป็นความพยายามของผู้รับผิดชอบแต่ละระดับ แต่ส่วนใหญ่เป็นได้แค่ประคับประคองไม่ให้การจัดการศึกษาในส่วนนั้น ๆ ดำดิ่งลงไป ซึ่งอาจพอกล่าวได้ว่าแทนที่จะเป็นการ “ยกเครื่อง” แต่เหมือนกับจะเป็น “ลิงแก้แห”
งานวิจัย ระบุว่า มีนักคิด นักพูด นำปัญหาที่เกิดจากการจัดการศึกษาของบ้านเมือง กล่าวโทษครู หลักสูตร ผู้บริหาร การประเมินผล โรงเรียน กระทรวงฯ โดยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดปัญหาแล้วเข้าดำเนินการแก้ไขตรงจุดนั้น อาทิ เหตุปัจจัยปัญหาว่าอยู่ที่ ตัวครู/ผู้บริหาร ก็มีความพยายามพัฒนาบุคลากร
หากชี้เหตุปัจจัยไปที่ การจัดการเรียนการสอน การดำเนินการจะมุ่งเน้นไปที่จัดหาอุปกรณ์สื่อการสอน ลงทุนกันเต็มที่
ในกรณีที่ปัจจัยถึงความแตกต่างด้านคุณภาพสถานศึกษา ได้มีการผลักดันนโยบายสร้างโรงเรียนดีโรงเรียนมาตรฐานประเภทต่าง ๆ ทุ่มทรัพยากรไปยังกลุ่มทดลองเหล่านั้น จนบางครั้งก็เห็นได้ถึงความเหลื่อมล้ำในมาตรฐานภาพรวมของสถานศึกษามากยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับสถานะตำแหน่งหน้าที่การงาน/การเงินของครู ได้มีการเพื่อเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการจัดวางระบบโยกย้ายและการเพิ่มวิทยฐานะที่มีเงินตำแหน่งช่วยสนับสนุนครูเก่ง แต่ก็ยังพบปัญหาเรื่องเส้นทางการโยกย้าย และการได้มาของวิทยฐานะ อย่างไม่เป็นธรรมและไม่ได้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ดีขึ้น
จากการศึกษาในเชิงระบบความคิดยังพบว่า พัฒนาการศึกษาของชาติ จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องพลวัต (ความเคลื่อนไหว) ของระบบเพราะเป็นพื้นฐานสาคัญในการเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ พฤติกรรม และผลลัพธ์ของระบบการศึกษา โดยพลวัตที่ต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กัน ประกอบด้วย ปรัชญาการศึกษา นโยบายการศึกษา และแผนการศึกษา ที่เป็นระบบบริหารจัดการของรัฐ ครูผู้สอน ตัวผู้เรียน การสอนและการเรียนรู้ หลักสูตรมาตรฐานและสื่อการเรียนรู้ เขตพื้นที่การศึกษาและโครงสร้างกลุ่มโรงเรียน ผู้บริหารและการบริหารโรงเรียน รวมถึงชุมชน
การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ประเทศอื่น ๆ ในโลก มีระดับคุณภาพทิ้งห่าง เด็กอเมริกัน ไปเรื่อย ๆ โดยสิ่งที่เป็นข้อดีของประเทศไทย ก็คือ การมีเครือข่ายบุคคลที่พยายามประคับประคองคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย (ทำได้บางส่วน) พยายามสร้างพลังใจคนทำงานการศึกษาโดยเฉพาะในพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสถานศึกษา
แนวความคิด “ยกเครื่องการจัดการศึกษาทั้งระบบ” มุมมองจากนักวิจัยจัดการเชิงระบบ ที่ รศ.ดร. สุธรรม วาณิชเสนี ค้นพบจากงานวิจัย จึงเป็นเรื่องที่สังคมน่าจะให้ความสนใจ นำไปขยายให้เกิดกระแสในวงกว้าง จนทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาครัฐ จะร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขต่อไป