วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ปิดบวกแต่ยังไม่ผ่าน 1,560 จุด

ปิดบวกแต่ยังไม่ผ่าน 1,560 จุด

กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวจากแรงเก็งกำไรต่อผลประกอบการใน 1Q56 ที่น่าจะออกมาขยายตัว

NIKKEI 13,843.46 +2.3%
ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจาก
1. เงินเยนที่อ่อนค่าลง เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของผู้ส่งออก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดย JFE Holdings Inc. +6.6% หลังรายงานกำไรใน 1Q56 ขยายตัวอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านเยน จากเงินเยนที่อ่อนค่าลง รวมถึงต้นทุนที่ลดลง
2.Tosoh Corp. +10.0% ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังออกมาระบุกำไรสำหรับปี สิ้นสุดเดือน มี.ค.อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเยน มากกว่าคาด 2 เท่า
3.ส่วน Fujitsu Ltd. ปรับตัวลงเนื่องจาก Goldman Sachs Group ลดคำแนะนำหุ้นลงสู่ Sell จากเดิมที่ Neutral

HANG SENG 22,183.05 +1.7%
ปิดบวกที่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจาก
1.ยอดขายบ้านใหม่เดือน มี.ค.ของสหรัฐฯขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ Techtronic Industries ซึ่งยอดขายหลักมาจากสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 2.5% และ HSBC Holdings Plc. +2.4%
2.Huaneng Power International +6.0% หลังระบุกำไรใน 1Q56 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 2.55 พันล้านหยวนและ China Resoures Power Holdings +3.2%
3.กลุ่มอสังหาฯปรับตัวขึ้น หลัง People’s Daily รายงานว่า ณ ปัจจุบันทางการยังไม่มีแผนสำหรับภาษีอสังหาฯ China Resources Land +2.7%, Shimao Property Holdings +3.1%

SHANGHAI 2,218.32 +1.6%
ปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มสื่อสาร โดย Chengdu Dr Peng Telecom& Media Group +9.8% จากแรงเก็งกำไรต่อการได้รับประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบ 4G ของ China Mobile Ltd. เช่นเดียวกับ Zhejiang Dahua Technology +6.2%
2.Fiberhome Telecommunication Technologies +7.1% ปรับตัวขึ้นมากสุดในรอบ 26 เดือนก่อนการายงานผลประกอบการ โดยตลาดคาดกำไรสุทธิจะขยายตัว 24% yoy
3.Western Mining Co. +1.8% ฟื้นตัวเนื่องจากผลประกอบการที่ขยายเป็นเท่าตัว

SET 1,553.85 +0.3%
ปิดบวกแต่ยังไม่ผ่าน 1,560 จุด เนื่องจาก
1.ตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,560 จุด ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านได้ เนื่องจากนักลงทุนรอดูความชัดเจนต่อการหารือของธปท. ว่าจะมีการออกมาตรการเพื่อลดการแข็งค่าของเงินบาทหรือไม่ กอปรกับความ กังวลต่อแผนการเข้าซื้อกิจการของ CPALL กดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ CPALL -10.3%
2.กลุ่มปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นเด่นนำโดย PTTGC +3.0% จากแรงเก็งกำไรต่อแนวโน้มผลประกอบการ 1Q56 ที่เติบโตทั้ง qoq และ yoy
3.กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวจากแรงเก็งกำไรต่อผลประกอบการใน 1Q56 ที่น่าจะออกมาขยายตัว หลังมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 64,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง 105.61% yoy และ 71.76% qoq โดย FNS +23.6%, KGI +2.9%, CGS +1.9%

----------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ