"เผดิมชัย"เผยนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าวันละ 300 บาทลดลงจาก 300 รายเหลือ 40 ราย เผยสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง
นายเผดิมชัยสะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ทั้งด้วยตนเอง และทีมงานในแต่ละจังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์หลังการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท พบว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท นั้นทำให้ผู้ประกอบการบางส่วน มีโอกาสในการคัดแรงงานที่มีฝีมือในการทำงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพบว่าในภาคการเกษตรมีการขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้นายจ้างเรียกร้องให้ทางกระทรวงแรงงานเปิดรับแรงงานต่างด้าว เพื่อมาทำงานในภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าการเข้าถึงข้อมูลเรื่องแรงงานสมยอมกับนายจ้าง เพื่อรับค่าจ้างที่ต่ำกว่า 300 บาท ซึ่งเรื่องนี้จะทราบ ก็ต่อเมื่อนายจ้างและลูกจ้างเกิดข้อพิพาทระหว่างกันจึงจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นเหลือนายจ้างเพียง 40 รายที่อยู่ระหว่างการปรับตัวในการจ่ายค่าจ้างอัตราใหม่ จากเดิมที่มีนายจ้างจ่ายต่ำกว่า 300 บาท กว่า 300 ราย
นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีพนักงานขายจะได้รับการปรับค่าจ้าง 300 บาทว่าด้วยหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า หากเป็นการทำงานทุกวันวันละ 8 ชั่วโมง และมีการจ่ายค่าจ้างรายเดือน กลุ่มพนักงานขายเหล่านี้ต้องได้รับเงินเดือนไม่น้อยกว่า 9,000 บาท ซึ่งไม่รวมเงินที่ได้รับหากขายสินค้าได้ เพื่อความไม่ประมาทได้กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อไปอีก เพราะเชื่อว่าผลกระทบน่าจะยังมีให้เห็นและชัดเจนขึ้นประมาณเดือนที่ 6 เพราะผ่านมาเพียง 4 เดือนเท่านั้น
รมว.แรงงาน กล่าวด้วยว่า สำหรับตัวเลขแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 22 เมษายน 2556 มีสถานประกอบการเลิกจ้างลูกจ้างรวม 64 แห่ง มีลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 3,053 คน โดยในจำนวนนี้เป็นสถานประกอบการขนาดเล็กที่เลิกจ้างและปิดกิจการเพราะผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 333 คน เป็นการเลิกจ้างแรงงานบางส่วนจำนวน 38 แห่ง ลูกจ้างตกงาน 1,053 คน ส่วนจำนวนที่เหลือ อีก 25 แห่ง เกิดจากผลกระทบอื่นๆ ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 1,629 คน







