กระทรวงอุตฯห่วงเงินบาทแข็งค่ากระทบเป้าหมายการส่งออก 1.03 ล้านล้าน ชี้แข็งค่าขึ้น 1 บาท รายได้ส่งออกอาหารลดลง 2 หมื่นล้านบาท
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สถาบันอาหารติดตามผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ากับการส่งออกอาหาร ซึ่งสถาบันอาหารตั้งเป้าการส่งออกปีนี้ไว้ที่ 1.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6 % โดยประเมินจากอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยทั้งปีที่ 30 บาท แต่ขณะนี้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งสถาบันอาหารจะเข้าไปดูว่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้จะส่งผลต่อการส่งออกอาหารอย่างไรและส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกอาหารหรือไม่
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า เบื้องต้นสถาบันอาหารประเมินว่าหากเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 บาท จะทำให้การส่งออกอาหารหายไป 20,000 ล้านบาท ซึ่งแต่ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าไปอยู่ที่ 28 บาทเศษแล้ว และมีแนวโน้มที่แข็งค่าไปถึง 27 บาท โดยค่าเงินบาทมีแนวโน้มเป็นเช่นนี้อาจทำให้การส่งออกอาหารปีนี้มีมูลค่าไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท ได้ และอาจมีมูลค่าการส่งออกใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ส่งออกอาหารได้ 970,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำให้สถาบันอาหารต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะมีปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหารด้วย เช่น เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ภัยแล้ง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าในระยะยาวควรเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวด้วยการผลิตสินค้าที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้นจะทำให้ผู้ส่งออกรับมือกับผลกระทบได้ดีขึ้น เช่น การผลิตกุ้งชุบแป้งทอดแทนการแปรรูปเบื้องต้น
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันอาหารประเมินว่าสินค้าที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออก คือ ไก่และสัตว์ปีก มันสำปะหลัง อาหารสัตว์เลี้ยง ปลากระป๋องและปลาแปรรูป เครื่องปรุงรส โดยเฉพาะเครื่องปรุงที่มีแความต้องการสูงและแนวโน้มการส่งออกดี เช่น ซอสพริก ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา น้ำมันหอย พริกแกงสำเร็จรูป ผงปรุงรส ส่วนสินค้าที่มีแนวโน้มการส่งออกชะลอตัว คือ น้ำตาลทราย และผักผลไม้สด เนื่องจากมีผลผลิตวัตถุดิบลดลง
ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของตลาดส่งออกอาหารพบว่าส่วนใหญ่ยังขยายตัวดี โดยอาจมีสินค้าบางรายการที่การส่งออกชะลอตัวในบางตลาด เช่น การส่งออกน้ำตาลไปตลาดอาเซียน การส่งออกกุ้งแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง ปลาแช่แข็งและแป้งมันสำปะหลังไปญี่ปุ่น และการส่งออกกุ้งแช่แข็งไปเกาหลีใต้
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ประเมินว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 บาท จะทำให้รายได้จากน้ำตาลหายไป 30 บาท ต่อ ตัน โดยเบื้องต้นคาดว่ารายได้จากการส่งออกน้ำตาลปีนี้จะอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 170,000 ล้านบาท ที่สมมุตฐานค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีที่ 31 บาท รวมทั้งรายได้จากการส่งออกปีนี้ได่รับปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ลดลง ซึ่งปีที่แล้วราคาน้ำตาลทรายดิบอยู่ที่ 23-24 เซ็นต์ ต่อ ปอนด์ เพราะผลผลิตน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้นจากผลผลิตของบราซิลและอินเดีย






