กำไรไตรมาส 1/56 สูงกว่าคาดการณ์ 4.1%
กำไรไตรมาส 1/56 สูงกว่าประมาณการของเรา 4.1%
SCB รายงานกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 13.1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/56 เพิ่มขึ้น 26.8% YoY และ 34.1% QoQ ผลประกอบการที่ออกมาสูงกว่าประมาณการของเรา 4.1% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 10.4% กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองค่าเผื่อหนี้เสียอยู่ที่ 1.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 19% QoQ หนุนโดยการขยายตัวที่แข็งแกร่งของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้นและรายได้เงินปันผลจำนวน 1.4 พันล้านบาท กำไรไตรมาส 1/56 คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปี 2556 ของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อโต 3.1% QoQ และ 18.5% YoY เป็นไปตามคาด โดยมีปัจจัยหนุนมาจากสินเชื่อ SME และรายย่อย ให้สังเกตว่าสินเชื่อ HP ในกลุ่มยานยนต์โตก้าวกระโดด 40.5% YoY สินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น 22.4% สินเชื่อ SME โต 24.2% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) เพิ่มสูงขึ้น 24 bps QoQ และ 18 bps YoY มาอยู่ที่ 3.39% ในไตรมาส 1/56 ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของเราที่ 3.25% เล็กน้อย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากรายได้จากเงินปันผลจำนวนมาก 1.4 พันล้านบาทในช่วงไตรมาสนี้และสัดส่วนสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยในพอร์ตที่เพิ่มสูงขึ้น (สินเชื่อทั้งสองประเภทให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงว่าสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่) สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ SCB อยู่ที่ 2.06% ลดลงจาก 2.1% ณ สิ้นปี 2555 อัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 145% ณ สิ้นเดือนมี.ค. จากไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มสูงขึ้น 22% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท ในขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 10% YoY (คงตัว QoQ) เป็น 1.03 หมื่นล้านบาท รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ (Non-NII) เติบโต 21% YoY และ 11% QoQ หนุนโดยรายได้จากเงินปันผล อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 39.3% ในไตรมาส 1/56 จาก 40.9% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นช้ากว่ารายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ สำหรับการกันสำรองหนี้สูญฯ เพิ่มมาอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาทในไตรมาส 1/56 สูงขึ้น 74% YoY แต่ลดลง 29% QoQ









