ราคาหุ้นกลุ่มเหล็กปลายน้ำทะยานยกแผง หุ้นสามชัยไม่ถึงเดือนพุ่ง 41%สวนทางดัชนีตลาดหุ้นร่วง 2.53% โบรกฯคาดเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส1 ปี"56
จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กปลายน้ำราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสวนภาพรวมตลาด ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงต้นเดือนเม.ย.-17 เม.ย. 2556 ปรับตัวลดลง 2.53% ดัชนีหุ้นกลุ่มเหล็กลดลง 3.36% ขณะที่มีหุ้นเหล็กปลายน้ำ 7 บริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทิศทางตลาดรวมและดัชนีกลุ่ม ประกอบด้วย หุ้นสามชัย สตีล (SAM) เพิ่มขึ้น 41.59% จากราคา 2.26 บาทเป็น 3.20 บาท หุ้นเพิ่มสินสตีลเวิคส์ (PERM) เพิ่มขึ้น 6.37% จากราคา 1.57 บาทเป็น 1.67 บาท หุ้นซีเอสพี (CSP) เพิ่มขึ้น 4.17% จากราคา 3.36 บาทเป็น 3.50 บาท หุ้นไทยคูน เวิลด์ไวด์ (TYCN) เพิ่มขึ้น 3.57% จากราคา 5.60 บาทเป็น 5.80 บาท หุ้นเอเซีย เมทัล (AMC) เพิ่มขึ้น 3.21% จากราคา 3.12 บาทเป็น 3.22 บาท หุ้นแปซิฟิกไพพ์ (PAP) 0.45%จากราคา 4.44 บาทเป็น 4.46 บาท และหุ้นไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ (TIW) เพิ่มขึ้น 0.37%จากราคา 136.50บาทเป็น 137 บาท
นายพัชวัฏ คุณชยางกูร ในฐานะที่ปรึกษา บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี (SAM) กล่าวว่าการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากที่ผ่านมาหากพิจารณาราคาหุ้นในกระดานหลักกับพื้นฐานของบริษัทจะเห็นว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี ที่ระดับ 2.80 บาท ดังนั้น ทำให้นักลงทุนเห็นส่วนต่าง จึงเข้ามาลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปแรง อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาแนวโน้มความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทก็มีทิศทางที่ดีขึ้นจากปีก่อน
"ราคาหุ้นปัจจุบันบริษัทต่ำกว่าบุ๊คแวลูทำให้มีนักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้น ราคาจึงปรับตัวขึ้นแรง ซึ่งพื้นฐานของบริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะผลประกอบการในงวดไตรมาสแรกแต่จะเติบโตเท่าใดยังไม่สามารถเปิดเผยได้"นายพัชวัฏกล่าว
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า สาเหตุหุ้นเหล็กปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ภาพรวมกำไรหุ้นกลุ่มเหล็กปลายน้ำน่าประทับใจในงวดไตรมาส1/2556 จะออกมาดี เนื่องจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากมาตรการ Safeguard ที่หากนำเข้าวัตถุดิบเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ต้องเสียภาษี 33.11% ทำให้การนำเข้าลดลง
"ผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กปลายน้ำ ส่วนใหญ่ยังมีสต็อกวัตถุดิบต้นทุนเก่าที่มีราคาต่ำกว่าปัจจุบันค่อนข้างมาก จึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ในระดับที่สูง ขณะที่ปริมาณขายน่าจะสูงขึ้นเพราะเป็นฤดูกาลคึกคัก ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำให้ซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าว"นักวิเคราะห์กล่าว
เขากล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้แนะนำให้ซื้อหุ้นค้าเหล็กไทย(TMT) และหุ้นซิตี้ (CITY) และแนะนำให้เก็งกำไรหุ้นซีเอสพี,หุ้นแปซิฟิกไพพ์,หุ้นสามชัย เพราะคาดว่าจะมีกำไรโดดเด่น โดยเฉพาะบริษัทซีเอสพี ที่ได้รับยกเว้นภาษี Safeguard
ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า ฝ่ายวิจัยคาดว่า บริษัทค้าเหล็กไทย มีแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2556 ยังคงโดดเด่นมาก โดยคาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 32%จากงวดไตรมาส 4/55 และเพิ่มขึ้น 78%จากงวดเดียวกันปีก่อน เป็น 177 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะสูงกว่าระดับปกติเพราะราคาขายปรับสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนจากผลของมาตรการ AD และ Safeguard ขณะเดียวกันบริษัทมีสต็อกเก่า ราคาต่ำกว่าราคาตลาด สำหรับกำไรปกติ ทั้งปี 2556 ยังคงคาดโต 58% หุ้นปัจจุบันซื้อขายที่พีอีเรโชเพียง 10.7 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ เป้าหมาย 14.50 บาท

