ปตท. นำขบวนบริษัทไทย 16 ราย ติดโผ 2,000 บริษัทจดทะเบียนชั้นนำของโลกปีล่าสุด ที่นิตยสารฟอร์บส์จัดทำขึ้นครั้งล่าสุด
นิตยสารฟอร์บส์ เปิดเผยผลการจัดอันดับ 2,000 บริษัทจดทะเบียนชั้นนำของโลก ประจำปี 2556 ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เม.ย.) โดยใช้วิธีการชั่งน้ำหนักระหว่าง 4 ปัจจัย คือ ยอดขาย กำไร สินทรัพย์ และมูลค่าในตลาด
ฟอร์บส์ ระบุว่า กลุ่มบริษัทที่มีการขยายตัวในทั้ง 4 เกณฑ์วัด คือบริษัทจากสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เบลเยียม ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในส่วนของไทยนั้น ในปีนี้ มีบริษัทติดอันดับทั้ง 16 ราย ภายใต้การนำของปตท. กลุ่มพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่อยู่ในอันดับ 144 ตามมาด้วยธนาคารไทยพาณิชย์ ในอันดับที่ 477 และธนาคารกสิกรไทย ในอันดับที่ 524
บริษัทอื่นๆ ของไทย ที่ติดอันดับครั้งนี้ อาทิเช่น ปตท.เคมิคัล(607) เอสซีจี(633) ธนาคารกรุงเทพ (640) ไทย เบฟเวอเรจ (1080) ซีพี ออลล์ (1257) และไทยออยล์ (1368) โดยมีธนาคารธนชาตเป็นธุรกิจรายสุดท้ายจากไทยที่ติดอยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ ที่อันดับ 1853
ผลการจัดอันดับดังกล่าว ยังเน้นให้เห็นถึงอิทธิพลของบริษัทจีน ที่กำลังผงาดขึ้นมาเป็นกลุ่มธุรกิจแถวหน้าของโลก เพราะนอกจากไอซีบีซีจะติดอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทางตลาด 237,300 ล้านดอลลาร์แล้ว อันดับ 2 ยังตกเป็นของไชน่า คอนสตรัคชั่น แบงก์ หรือซีซีบี ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมธนาคาร เพื่อนร่วมชาติ ที่มีมูลค่าทางตลาดที่ราว 202,000 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยอะกริคัลเจอรัล แบงก์ ออฟ ไชน่า ในอันดับ 8 จากมูลค่าทางตลาดที่ 150,800 ล้านดอลลาร์ และปิโตรไชน่า ในอันดับ 9 ที่ 261,200 ล้านดอลลาร์
ฟอร์บส์ ระบุว่า ไอซีบีซี และซีซีบี พุ่งพรวดขึ้นมาติดอยู่ใน 2 อันดับแรกของตาราง เพราะในปีที่แล้วทั้ง 2 ธนาคาร มีการเติบโตทั้งในด้านยอดขาย และผลกำไร ด้วยตัวเลข 2 หลัก แม้การขยายตัวของกำไรรายปีของทั้ง 2 ธนาคาร จะเริ่มลดลง นับแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดก็ตาม
"นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ไม่คิดว่าจะเกิดวิกฤติธนาคารขึ้นในจีน แต่อัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากการปล่อยกู้ที่ลดลง กลายมาเป็นภัยคุกคามอย่างรุนแรงต่อระบบธนาคารของประเทศ" ฟอร์บส์ ระบุ
ขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของวอลล์สตรีท อย่าง เจ.พี.มอร์แกน เชส ซึ่งเคยอยู่ในตำแหน่งบริษัทขนาดใหญ่สุดของโลกเมื่อปี 2554 ร่วงลงจากอันดับ 2 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับ 3 ในปีนี้ จากยอดขายที่ร่วงลง ส่วนเจนเนอรัล อิเล็กทริค (จีอี) กลุ่มบริษัทรายใหญ่ของสหรัฐอีกรายหนึ่ง ขยับลงมา 1 อันดับ มาอยู่ในอันดับ 4
เอ็กซ์ซอน โมบิล ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติของสหรัฐ ร่วงลงจากอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ในอันดับ 5 แม้ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากสุดในโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยรายได้สุทธิที่ 44,900 ล้านดอลลาร์
ส่วนแอ๊ปเปิ้ล ที่เมื่อปี 2555 เป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางตลาดมากที่สุด ติดอยู่ในอันดับ 15 ของการจัดอันดับครั้งนี้ ร่วมกับวอล มาร์ท สโตร์ ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของสหรัฐ เจ้าของตำแหน่งบริษัทที่มียอดขายมากสุดของโลกในปีนี้ ด้วยยอดขายที่เติบโตสูงกว่าคู่แข่งถึง 5%
ส่วนบริษัทอื่นๆ ที่ติดอยู่ใน 25 อันดับแรกของการจัดอันดับครั้งนี้ รวมถึง อลิอันซ์ จากเยอรมนี ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ของเกาหลีใต้ และเอที แอนด์ที ของสหรัฐ ซึ่งอลิอันซ์ เป็นบริษัทที่มีอันดับเปลี่ยนแปลงดีที่สุด โดยกระโดดขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 25 ในปีนี้ จากอันดับ 50 เมื่อปีที่ผ่านมา
โดยรวมแล้ว บริษัทที่ติดอยู่ในการจัดอันดับทั้ง 2,000 ราย มีรายได้รวมกันอยู่ที่ 38 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6% กำไรอยู่ที่ 2.43 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 7% ส่วนสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 7% ที่ 159 ล้านล้านดอลลาร์ และมูลค่าทางตลาดเพิ่มขึ้น 7% มาอยู่ที่ 39 ล้านล้านดอลลาร์






