เทสโก บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอังกฤษประกาศถอนธุรกิจออกจากสหรัฐแล้ว หลังขาดทุนต่อเนื่อง
เทสโก ประกาศเลิกธุรกิจในสหรัฐอเมริกา หลังจากขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแทงบัญชีหนี้เสีย 1,000 ล้านปอนด์ หรือราว 45,900 ล้านบาท ฉุดกำไรร่วงครั้งแรกในรอบ 20 ปี นอกจากนี้ บริษัทยังลดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองอยู่ในอังกฤษลงอีก 804 ล้านปอนด์ รวมถึงแทงบัญชีหนี้เสียจากการดำเนินธุรกิจในโปแลนด์ สาธารณรัฐเชค และตุรกี อีกราว 500 ล้านปอนด์
การเคลื่อนไหวข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งในแผนการฟื้นฟูกิจการของเทสโก หลังต้องเผชิญช่วงเวลายากลำบาก ทั้งที่ครั้งหนึ่งบริษัทเคยได้ชื่อว่ามีผลประกอบการที่ดีที่สุดในอังกฤษ ทั้งผลประกอบการตลอดทั้งปี ยังแสดงให้เห็นว่า การขยายตัวในบ้านเกิดของบริษัทกำลังชะลอตัวลง
นายฟิลิป คลาร์ค หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เทสโก กล่าวว่า การประกาศในวันนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่บริษัทจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้านกลยุทธ์ ซึ่งบริษัทได้เริ่มดำเนินการมา 1 ปีแล้ว และได้บทสรุปในวันนี้
ทั้งนี้ เทสโก ซึ่งเป็นกลุ่มการค้ารายใหญ่สุดอันดับ 3 ของโลก ประกาศรายได้ก่อนหักภาษีที่ 1,960 ล้านปอนด์ ช่วง 1 ปี นับถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้มากถึง 51.5%
บริษัทยังรายงานกำไรตลอดทั้งปี ลดลง 14.5% โดยการลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับแผนธุรกิจในตลาดบ้านเกิด ที่ดำเนินการมานับแต่ที่บริษัทสร้างความตกใจให้กับตลาด ด้วยการออกคำเตือนเรื่องผลกำไรในเดือนมกราคมปีที่แล้ว
ถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนอย่างหนัก แต่เทสโก ระบุว่า ยอดขายไตรมาส 4 ตามร้านค้าในอังกฤษที่เปิดมามากกว่า 1 ปี ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขาย และเชื้อเพลิงขยายตัว 0.5% ชะลอตัวลงจากระดับ 1.8% ในช่วง 6 สัปดาห์ นับถึงวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา







