วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังไม่ห่วงศก.จีนชะลอ แค่ลดความร้อนแรง

"กิตติรัตน์"มองจีดีพีจีนชะลอตัว เพราะต้องการลดความร้อนแรงเศรษฐกิจ คาดปัจจัยภายนอกไม่กระทบเศรษฐกิจไทยมาก

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่เศรษฐกิจของจีนชะลอการเติบโตลงจากไตรมาสที่ 4/2555 จีดีพีขยายตัว 7.9% เหลือ 7.7% ในไตรมาสที่ 1/2556 ว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่น่ากังวลเนื่องจากมองว่าส่วนหนึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลจีนเองที่ต้องการดูแลภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ให้มีความร้อนแรงเกินไป ซึ่งก็เป็นเรื่อง อย่างไรก็ตามการเติบโตของจีดีพีในระดับ 7% ก็ถือว่าเป็นอัตราที่สูงซึ่งไทยในฐานะที่เป็นประเทศคู่ค้าของจีนก็คงไม่ต้องกังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐฯที่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในไซปรัส หรือแนวโน้มที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ อาจจะยกเลิกการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ก่อนกำหนด เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม แต่มองว่าในระยะสั้นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยมากนัก

ส่วนการส่งออกที่อาจกังวลว่าจะได้รับผลกระทบตอนนี้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดว่าหากอัตราแลกเปลี่ยนของเรายังอยู่ในระดับที่ดีก็พอจะประคับประคองได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะทำให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือเติบโตจากปีก่อนในระดับที่ 8-9%

"สถานการณ์ต่างๆในโลกก็เป็นเรื่องที่น่าติดตาม แต่ก็ต้องดูว่าเรื่องไหนส่งผลโดยตรงต่อประเทศไทย เรื่องไหนส่งผลกระทบในระยะสั้นก็ต้องมีมาตรการป้องกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้ที่ดูว่ามีผลกระทบก็คือเรื่องของการส่งออกซึ่งเราก็เป็นคู่ค้าของหลายประเทศ"นายกิตติรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องปัจจัยภายนอกที่อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการดูแลปัจจัยต่างๆที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ เช่นการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายอุปโภคลริโภคของประชาชน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้เห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ