วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทุนไทย-เทศ ตุนเพิ่มหุ้น4ยักษ์อสังหาฯ

กองทุนไทยและต่างชาติ พร้อมใจเพิ่มสัดส่วนถือครองหุ้นอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 4 แห่ง แลนด์แอนด์เฮ้าส์-เอพี-มั่นคง-พฤกษา

จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเดือนมี.ค. 2556 เทียบกับครั้งก่อน พบว่า กลุ่มนักลงทุนต่างชาติได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ 4 ราย ดังนี้ หุ้น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) มีกองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ (GIC) เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น 15.51 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 1.61 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.13% เชสนอมินี ลิมิเต็ด 42 ถือหุ้นเพิ่ม 10.30 ล้านหุ้น ถือหุ้นรวม 482.41 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.81% สเตรท สตรีท แบงก์ แอนด์ ทรัสต์ คอมพานี ฟอร์ ออสเตรเลีย เพิ่มถือครอง 88.95 ล้านหุ้น ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 201.23 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.01% จากเดิมที่ถือ 1.12% เดอะ แบงก์ ออฟ นิวยอร์ก มิลเลียน-ซีจีที เท็กซ์ อะเบิ้ล 20.86 ล้านหุ้น ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 98.36 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.98% ขณะเดียวกันกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้เข้ามาถือหุ้น 91.98 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.92%

ส่วนหุ้นเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ (AP) มีสถาบันต่างชาติที่เพิ่มสัดส่วนได้แก่ เอชเอสบีซี (สิงคโปร์) นอมินี ถือหุ้นเพิ่ม 9.8 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 109.56 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.83% สเตรท สตรีท แบงก์ ยุโรป ลิมิเต็ด ถือหุ้น 43.04 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.51% จากเดิมที่ไม่ถือลงทุน มอร์แกน สแตนเลย์ แอนด์ โค อินเตอร์เนชั่นแนล ถือหุ้น 41.01 ล้านหุ้นคิดเป็น 1.43% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน เอชเอสบีซี แบงก์ พีแอลซี -ไซเลนท์ เจนเนอรัล 2.21 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 29.92 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.05% นอร์ธทรัสต์ นอมินี ลิมิเต็ด 2.83 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 23.53 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.82% เชสนอมินี 47 จำนวน 2.2 ล้านหุ้น ถือหุ้นเพิ่มเป็น 22.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.78% เดอะ แบงก์ ออฟ นิวยอร์ก มิลเลียน 18.09 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.63% บีเอ็นพี พาริบาส์ 15.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.53%

ขณะที่ หุ้นบริษัท มั่นคงเคหะการ (MK) สถาบันต่างชาติที่เพิ่มถือครอง ได้แก่ สเตรท สตรีท แบงก์ ยุโรป ลิมิเต็ด 38.67 ล้านหุ้น ทำให้ถือครองหุ้นเป็น 82.70 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.82% สเตรท สตรีท แบงก์ แอนด์ ทรัสต์ 26.76 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเป็น 66.97 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.9% นอร์ธทรัสต์ นอมินี 4.47 ล้านหุ้นทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 14.74 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.86% เชส นอมินี 15 จำนวน 4.72 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเป็น 13.70 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.8% ทีเอฟบี ฟอร์ เอ็มเอฟซีไทย 13.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.78% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน

หุ้นพฤกษา (PS) มีสถาบันต่างชาติเพิ่มสัดส่วน ได้แก่ สเตรท สตรีท แบงก์ ยุโรป ลิมิเต็ด 7.72 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเป็น 19.56 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.88% เอชเอสบีซี (สิงคโปร์) นอมินี 2.20 ล้านหุ้น ถือหุ้นเพิ่มเป็น 28.34 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.28% ขณะที่กองทุน กบข. ถือหุ้น 26.37 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.19% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน เชส นอมินี 28 ถือครอง 62.59 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.82% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน เดอะ แบงก์ ออฟ นิวยอร์ก มิลเลียน 11.84 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.53% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน

นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง เนื่องจากกังวลทางการจะปรับลด LTV (ดาวน์มากขึ้น) ซึ่งในอดีต มาตรการดังกล่าวเคยใช้เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2553 มีผลบังคับใช้ในปี 2554 ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายเฉพาะคอนโดมิเนียมไตรมาสแรกปี 2554 ลดลง 45% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่สินเชื่อแบงก์ยังขยายได้ดี

"บทเรียนครั้งก่อน ราคาหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัย ปรับลดลงเฉลี่ย 10% ใช้เวลา 4 เดือน แต่ราคาหุ้นแบงก์ไม่กระทบดังนั้นเชื่อว่าหากมีการปรับน่าจะใช้กับคอนโดมากกว่า เพราะบ้านแนวราบเพิ่งเริ่มใช้ต้นปี ซึ่งมาตรการนี้อาจกระทบพรีเซลบ้างแต่ไม่กระทบกำไรปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 25% เพราะว่าเป็นโครงการที่ขายไปในช่วง 1-2 ปีที่แล้ว การปรับลงของราคาหุ้นจึงเป็นโอกาสในการซื้อแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ราคาหุ้นกลุ่มนี้เพิ่งปรับลงไม่มาก และเชื่อว่าจะยังอ่อนตัวอีกสักระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน" นักวิเคราะห์กล่าว

การเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 1/2556 ล่าสุด ดัชนีปิดตลาดที่ 356.33 จุด เพิ่มขึ้น 37.80% โดยราคาหุ้นแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เพิ่มขึ้น 31.28% หุ้นเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ (AP) ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 8.82% หุ้นบริษัทมั่นคงเคหะการ (MK) 33.72% และ หุ้นพฤกษา (PS) 42.18%