วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตากำลังซื้อ'บาทแข็ง'ดันโลว์ซีซันบูม

สงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทนำเที่ยวต่างประเทศ หรือ ทัวร์เอาท์บาวด์ ได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อด้านบริการท่องเที่ยวของคนไทย

มีการประเมินว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูฝน หรือโลว์ซีซัน ซึ่งตามปกติธุรกิจท่องเที่ยวจะเริ่มซบเซาลง ปีนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจมีโอกาสกอบโกยกำลังซื้อที่ "ล้น"จากไฮซีซัน เพราะยังมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก "ค่าเงินบาท" รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ตรงกับช่วงสุดสัปดาห์ที่ทำให้คนมีวันหยุดยาวอีกหลายช่วง เป็นตัวแปรสำคัญ

ชัชวาล ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท หนุ่มสาวทัวร์ กล่าวว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค. ตลาดที่จะเริ่มมาแรงแซงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป คือ กลุ่มจัดประชุมสัมมนา และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) ซึ่งปีนี้เริ่มสอบถามการใช้บริการนำเที่ยว จัดกรุ๊ปดูงานทั้งในและต่างประเทศกันอย่างคึกคัก ทั้งจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี บริษัทยาและเวชภัณฑ์ บริษัทประกันชีวิต ฯลฯ ทำให้บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดนี้อยู่แล้ว จะไม่ได้รับผลกระทบ และในทางตรงกันข้าม แม้กระทั่งกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป ก็ยังมีแนวโน้มว่าจะจับจ่ายเพื่อการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี

"กำลังซื้อเพื่อการท่องเที่ยวของคนไทยเพิ่มขึ้นมาก สังเกตจากความต้องการที่พักเริ่มมีการขยับจากระดับ 3 ดาวมาที่ 4-5 ดาวมากขึ้น และเทรนด์ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือ พฤติกรรมเดินทางด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านทัวร์สูงขึ้น และหันมาเลือกใช้บริการจากเอเยนต์เฉพาะการจองตั๋วรถไฟต่างประเทศ หรือ ที่พัก เท่านั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญคาดว่าเป็นเพราะ ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำให้คนกล้าที่จะออกเดินทางและมีอำนาจจับจ่ายสูงขึ้น และเริ่มมีความต้องการเดินทางไปยังกลุ่มประเทศยุโรปอย่าง เยอรมนี อังกฤษ ยุโรปตะวันออกมากขึ้น"

สำหรับจุดหมายมาแรงสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย เทรนด์ที่เติบโตได้ชัดตั้งแต่ต้นปี และคาดว่าจะยาวไปตลอดปีนี้ก็คือ "พม่า" ซึ่งมีการสอบถามและจองเข้ามาเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว แต่หากจะพูดถึงความร้อนแรงด้าน "ความนิยมอันดับหนึ่ง" ในปีนี้ ต้องยกให้ "ญี่ปุ่น" ซึ่งกลับมาทวงแชมป์ประเทศยอดนิยมของคนไทยอีกครั้ง เรียกว่าฟื้นเต็มที่หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 และตามด้วยอันดับ 2 "เกาหลีใต้" ซึ่งเคยครองกระแสฟีเวอร์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากปัญหาความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่ "จีน" ในช่วงนี้ต้องหลบฉากเพราะมีปัญหาไข้หวัดนกระบาดขึ้นมา

"เหตุผลที่ทำให้ ญี่ปุ่น เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงนี้ เพราะองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวรุกทำตลาดคนไทยอย่างหนักในช่วงฟื้นฟูหลังจากสึนามิ และไทยก็ถือเป็นชาติแรกๆ ที่เชื่อมั่นและกลับไปท่องเที่ยวหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน และเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของญี่ปุ่น เพราะเราเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงในเรื่องชอปปิง และอุปนิสัยของคนไทยเรียบร้อย และเจ้าบ้านรู้สึกสบายใจที่จะต้อนรับมากกว่าเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ"

นอกจากนี้หากพูดถึงภาพลักษณ์ของญี่ปุ่น ยังคงเป็นประเทศที่คนไทยยกให้เป็นจุดหมายในฝันที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต หากมีงบประมาณพร้อมที่จะเดินทางได้ และยังมีกลุ่มคนที่พร้อมเดินทาง "ซ้ำ" เพราะประทับใจ อีกทั้งยังเดินทางได้ตลอดปี แม้กระทั่งฤดูหนาวที่ประเทศอื่นอาจจะไม่ไปเยือนญี่ปุ่นกัน แต่ปรากฎว่ายังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนไทยอย่างมาก

ด้าน ฮง จี ฮี กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ที.ซี.ซี. จำกัด เอเยนต์ทำตลาดท่องเที่ยวเกาหลีเป็นหลัก เปิดเผยว่าที่ผ่านมาตลาดเอาท์บาวด์ไทยไปเกาหลีใต้ ได้รับผลกระทบจากปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีเพียงเล็กน้อย มีการยกเลิกเพียง 5% เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ยังให้ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวตามปกติ และด้วยเทรนด์การเดินทางของคนไทยที่ดีมาตั้งแต่ไตรมาสแรก ทำให้ประเมินว่าตลอดปีนี้ ภาพรวมตลาดอาจเติบโตได้ถึง 20-30%

อย่างไรก็ตามกำลังซื้อหลักในตลาดท่องเที่ยวที่เตรียมเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ได้แก่ กลุ่มข้าราชการ ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ที่จะเริ่มจัดทริปดูงาน และร่วมเดินทางแลกเปลี่ยนสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ซึ่งโดยปกติบริษัทฯ จะมีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มไมซ์ราว 15-20% เมื่อเทียบกับลูกค้าทั้งหมด ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ยังเดินทางสม่ำเสมอ แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซัน ได้แก่ กลุ่มตามรอยภาพยนตร์และซีรีส์ และกลุ่มแฟนคลับดารานักร้องเกาหลีใต้ ที่กำลังบุกตลาดบันเทิงในไทยอย่างหนัก ทำให้แฟนชาวไทยส่วนหนึ่งเดินทางตามไปร่วมกิจกรรมหรือติดตามคอนเสิร์ตถึงประเทศเกาหลีมากขึ้น โดยเลือกใช้บริการทัวร์ในการช่วยจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม เกสต์เฮาส์ เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้ทัวร์เกาหลีใต้ที่เคยแรงมาก แต่กลับชะลอลงไปในช่วงนี้ เป็นเพราะกระแสการตัดราคาแข่งขันกันสูงมาก โดยมีตัวแปรสนับสนุนคือสายการบินต้นทุนต่ำ ที่เข้ามานำเสนอราคาพิเศษให้เอเยนต์ทัวร์ไปออกแบบแพ็คเกจราคาต่ำกว่ากลไกตลาดที่ควรจะเป็น และสุดท้ายาสายการบินมีปัญหาด้านบริการต่างๆ เกิดขึ้น อีกทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางไปแล้วก็ไม่ประทับใจ ทำให้ไม่เกิดการเดินทางซ้ำ ผลตอบรับต่อภาพลักษณ์ทัวร์เกาหลีโดยรวมจึงลดลงตามไปด้วย

"ปกติราคาทัวร์เกาหลีใต้ในราคา 25,000 บาทขึ้นไปต่อทริป สำหรับระยะ 3 คืน 4 วัน ถือว่าอยู่ในระดับคุณภาพเหมาะสม นักท่องเที่ยวไม่ถูกโปรแกรมบังคับให้ไปชอปปิงสินค้าที่ไม่ต้องการ"