คลังเล็งคืนหนี้เงินกู้รัฐวิสาหกิจก่อนกำหนด หวังปิดความเสี่ยงบาทแข็งค่า และลดภาระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล
นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า สบน.จะทยอยดำเนินการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กู้เป็นเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ หนี้สาธารณะ สิ้นเดือนมกราคม มียอดหนี้สาธารณะคงค้าง ที่ 5.040 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 44.06% ของจีดีพี ในจำนวนภาระหนี้สาธารณะดังกล่าว มีสัดส่วนเพียง 7% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด ที่กู้เป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้สกุลเงินเยน
อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้ต่างประเทศบางส่วนได้ทำการปิดความเสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะภาระหนี้เงินกู้ต่างประเทศ ที่รัฐบาลกู้โดยตรง จะเหลือก็แต่หนี้เงินกู้ต่างประเทศของรัฐวิสาหกิจ ซึ่ง สบน.กำลังอยู่ในระหว่างการจัดการปิดความเสี่ยง ด้วยการเจรจากับเจ้าหนี้ คือ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA เพื่อขอชำระหนี้ก่อนกำหนด ซึ่ง JICA ได้ตกลงที่จะให้รัฐบาลไทยสามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยจะดำเนินการในปีงบประมาณนี้ ในวงเงิน 6 หมื่นล้านเยน หรือราว 2 หมื่นล้านบาท โดยที่ JICA จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ก่อนกำหนดจากรัฐบาลไทย
โดยปัจจุบันสบน.ได้ดำเนินการชำระหนี้เงินเยนก่อนกำหนดไปแล้ว 3.9 หมื่นล้านเยน จากเป้าหมายทั้งหมด 6 หมื่นล้านเยน และส่วนที่เหลือจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณนี้ ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือนกันยายนนี้
“การดำเนินการขอคืนเงินกู้ก่อนกำหนด เป็นการถือโอกาสที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน หรือดอลลาร์สหรัฐ มาเป็นประโยชน์ เพื่อลดภาระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล” เธอกล่าวและว่า สำหรับภาระหนี้เงินกู้ต่างประเทศ ที่ไม่สามารถชำระคืนก่อนกำหนดได้ เนื่องจากเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้นั้น ทางสบน. จะดำเนินการทำสวอปมาเป็นเงินบาท เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ ภาระหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด 5.040 ล้านล้านบาท เป็นภาระหนี้ต่างประเทศที่กู้โดยรัฐบาลโดยตรงและโดยรัฐวิสาหกิจ รวมกันเป็นเงิน 3.47 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ เป็นการกู้ของรัฐวิสาหกิจ ถึง 3.01 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการกู้ตรงของรัฐบาล ส่วนสกุลเงินกู้นั้น ส่วนใหญ่ หรือราว 64 % เป็นเงินกู้สกุลเงินเยน ส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้สกุลอื่น






