วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช.การช่างรับเหมาเด่น-อิตาเลียนฯเสี่ยงเพิ่มทุน

โบรกเกอร์เห็นพ้องช.การช่างโดดเด่นกลุ่มรับเหมา หลังรับอานิสงส์พ.ร.บ.กู้2.2ล้านล้าน ด้านอิตาเลียนไทยยังเสี่ยงเพิ่มทุน

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า แม้การพิจารณาพ.ร.บ เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท จะยังไม่ได้ข้อสรุปในระยะอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่กระทบต่อภาพการลงทุนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยฝ่ายวิเคราะห์ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่อยู่ในพ.ร.บ นี้ จะสามารถเกิดขึ้นได้ทันในปี 2556 เพราะความพร้อมของแบบการก่อสร้างที่อาจทำให้รัฐบาลสามารถสรุปและอนุมัติก่อสร้างได้โดยไม่ต้องรอผลตัดสินในพ.ร.บเงินกู้ว่าจะผ่านสภาหรือไม่ จึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ระดับ “มากกว่าตลาด”โดยเลือกบริษัท ช.การช่าง (CK) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม

บทวิเคราะห์ระบุอีกว่า บริษัท ช.การช่าง (CK) เซ็นรับงานสัญญา 2 ระบบราง รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มูลค่า2 พันล้านบาท โดยประเมินว่าการเป็นผู้ก่อสร้างหลักทั้งในส่วนของสัญญาที่ 1 และ 2 ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานก่อสร้างได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้รถไฟฟ้าสายดังกล่าวพร้อมเปิดให้บริการในปี 2560

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังยังคงเลือกบริษัท ช.การช่าง (CK) เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากผลการดำเนินงานในอนาคตที่มั่นคง โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 1/2556 ที่คาดบริษัทมีกำไรจากผลการดำเนินหลักที่เติบโตดี อีกทั้งจะรับรู้กำไรพิเศษรวมกว่า 7.4 พันล้านบาท ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ขณะที่บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า บริษัทในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่โด่นเด่นในขณะนี้คือ บริษัท ช.การช่าง (CK) ทั้งเรื่องการได้รับอานิสงจากโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท อีกทั้งล่าสุดบริษัทได้เซ็นสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) สัญญาที่ 2 (ระบบราง) มูลค่า 2.4 พันล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2560 ส่วนงานรถไฟฟ้าสายสีม่วง 2.5 หมื่นล้านบาท คาดเซ็นสัญญาภายในเดือนนี้ ซึ่งทั้ง 2 งานรวมอยู่ในประมาณการของเราอยู่แล้ว ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 36 บาท

ด้านบทวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน ประเมินว่า ราคาหุ้นอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ปรับลงมา มากกว่าการปรับลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เช่น CK และ STEC เป็นผลจากความกังวลมาจากประเด็นการเพิ่มทุนที่คาดว่า ITD จะใช้เม็ดเงินในการลงทุนโครงการทวาย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเฉพาะตัวบริษัท อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเพิ่มทุนจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะใกล้สาเหตุจาก 1. คาดการลงทุนในโครงการทวายในส่วนแรกจะใช้เงินกู้ 2. บริษัทคาดจะมีเม็ดเงินที่เพิ่มสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากผลประกอบการที่เริ่มฟื้นตัวและมีกำไรสุทธิ ประกอบกับมีแผนการขายสินทรัพย์และการขายเงินลงทุนในปี 2556 โครงการทวายอยู่ระหว่างรอเซ็น MOU ในเดือน พ.ค. 56

ด้านบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าจะเริ่มเห็นการจับจ่ายเม็ดเงิน และการรับรู้รายได้ ตลอดจนกำไรของผู้ประกอบการอันเนื่องมาจากโครงการดังกล่าว ในช่วงปี 2557 เป็นต้นไป แต่การที่ราคาหุ้นรับเหมาก่อสร้างปรับตัวขึ้นไปล่วงหน้า ทำให้ค่า PER ของกลุ่มสูงขึ้นมาก ตัวเลือกการลงทุนที่เหลืออยู่ในปัจจุบันที่ราคาต่ำกว่าราคาเป้าหมายจึงมีเพียงบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 8.60 บาทต่อหุ้น และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 122.50 บาทต่อหุ้น