วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กิตติรัตน์'ไม่สบายใจบาทแข็ง ห่วงเก็งกำไร

'กิตติรัตน์'ห่วงการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนในตลาดทุนไทย ลั่นเงินบาทแข็งค่าขึ้นรู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากสุดในรอบ 16 ปีหลุด 29 บาท/ดอลลาร์ว่า ในฐานะที่ดูแลการเงินการคลังของประเทศ ได้จับตาสถานการณ์ค่าเงินบาทด้วยความทุกข์ใจอย่างยิ่ง รวมทั้ง มีความเป็นห่วงค่าเงินบาทมาตั้งแต่ที่อยู่ในระดับสูงที่ 31 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเดือน เม.ย.55 และพูดในเรื่องนี้มาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาด้วยความเป็นห่วง ไม่เคยนิ่งนอนใจ ตั้งแต่ค่าบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยได้พยายามดูแลตามอำนาจหน้าที่เท่าที่กฎหมายอนุญาตดำเนินการ และยอมรับว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว

"เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน และยอมรับว่ากระบวนการดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของหน่วยงาน นอกเหนือการกำกับของกระทรวงการคลังโดยตรง เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ล้วนแต่มีผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณามาตรการ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยขอให้พิจารณาด้วยความรอบคอบ"นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาก มีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สินค้าจำเป็นที่นำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาถูกลง ถือเป็นประโยชน์ในภาคธุรกิจที่มีการนำเข้าและผู้บริโภค ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลกระทบภาคส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและการบริการ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวมองไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้การประกอบธุรกิจดังกล่าวยากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาอาจกระทบการจ้างงาน ความแข็งแรงในฐานะลูกหนี้ และลูกค้าในระบบธนาคาร และไม่สามารถขยายตลาดและสินค้าได้ อย่างสินค้าเกษตรในส่วนที่ส่งออก อาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบ

" จะหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่กำกับดูแลนโยบายทางการเงินการคลังให้มากขึ้น ที่สำคัญมีความกังวลในการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนในตลาดทุนไทย"รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าว