กรมการค้าภายในเตือนผู้ประกอบการร้านค้า ติดป้ายแสดงราคา ป้องกันฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ฝ่าฝืนปรับ1 หมื่นบาท
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวหลังออกตรวจสอบร้านค้าในสถานีขนส่งหมอชิต ว่า กรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับร้านอาหารในสถานีขนส่งต่างๆเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด และระหว่างรอเดินทางส่วนใหญ่ ต้องใช้บริการร้านอาหารในสถานีขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ ซึ่งนอกจากจะต้องรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีการซื้อสินค้าเพื่อใช้บริโภคหรือนำไปเป็นของฝากญาติ
ทั้งนี้อาจจะมีผู้ประกอบการบางส่วน อาจจะฉวยโอกาสช่วงเทศกาลปรับราคาสินค้าได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค กรมการค้าภายใน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ ตามสถานีขนส่งและสถานีรถไฟทั่วประเทศ เช่น ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ให้บริการรับฝากของบริการรถเข็นสัมภาระ จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าและคิดค่าบริการสูงเกินควร โดยขอความร่วมมือให้แสดงราคาสินค้าและบริการไว้ในที่เปิดเผย ผู้บริโภคสามารถดูได้ชัดเจน อ่านได้ง่าย กรณีเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากราคาหรือค่าบริการแล้ว ต้องแสดงให้ชัดเจนและครบถ้วน ควบคู่กับราคาจำหน่ายหรือค่าบริการนั้น ๆ และการแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าหรือบริการที่ให้บริการ ต้องแสดงราคาให้ตรงกับราคาที่จำหน่ายหรือค่าบริการที่ให้บริการ เว้นแต่จะเป็นการจำหน่ายหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อต่ำกว่าราคาที่แสดง
ทั้งนี้ หากประชาชนผู้บริโภคหากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับ 10,000 บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับ กรณีเนื้อหมูขึ้นปรับราคา เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้หมูโตช้า ยืนยันว่าขณะนี้เนื้อหมู มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภค และการปรับขึ้นราคายังอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ปลายทางที่หน้าเขียง หมูเนื้อแดงขายปลีกประมาณกิโลกรัมละ 130 บาท ยังไม่เกินราคากิโลกรัมละ 140 บาท ส่วนมะนาวแพง เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งผลผลิตก็มีปริมาณเพียงพอ แต่ราคาที่สูงขึ้นเป็นไปตามกลไกตลาด หากพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลน ขอให้แจ้งมายังกรมการค้าภายใน ทางกรมจะดำเนินการเชื่อมโยงตลาดให้






