อีสานโพลล์เผยผลสำรวจความเห็นคนอีสาน เรื่องรถไฟที่ให้บริการ ส่วนใหญ่ติงคุณภาพแย่ เชียร์
ทำไฮสปีดเทรน จากกรุงเทพฯ ถึง หนองคาย
นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลล์ (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ชาวอีสาน กับโครงการรถไฟความเร็วสูง” โดยสำรวจความคิดเห็นคนอีสาน 20 จังหวัด จำนวน 1,207 ราย ระหว่างวันที่ 29-31 มีนาคม ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างชาวอีสานส่วนใหญ่ติง การให้บริการรถไฟในปัจจุบัน และต้องการให้มีรถไฟความเร็วสูงไปถึงหนองคาย
โดยประมาณ 1 ใน 3 ผู้แสดงความเห็นอ้างว่า จะหันมาใช้รถไฟความเร็วสูงแทนพาหนะอื่นๆ ในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อถามว่ารถไฟของไทยที่เดินทางมายังภาคอีสานมีคุณภาพอย่างไร กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 40.3 ตอบว่าพอใช้ รองลงมาร้อยละ 30.2 ตอบว่า แย่ และร้อยละ19.2 ตอบว่า แย่มาก โดยมีเพียงร้อยละ 10.4 เท่านั้นที่เห็นว่าระบบรถไฟสายอีสานดีอยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ตอบไปในทิศทางเดียวกัน โดยกลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนจะประเมินให้คะแนนน้อยกว่าเนื่องจากมีความคาดหวังสูงจากการใช้บริการ กล่าวคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 38.3 ตอบว่าพอใช้ รองลงมาร้อยละ 29.9 ตอบว่าแย่ และร้อยละ 23.9 ตอบว่าแย่มาก มีเพียงร้อยละ 8.0 เท่านั้นที่ตอบว่าดี
อีสานโพลล์ ได้สอบถามต่อว่า หากในจังหวัดมีรถไฟความเร็วสูงมีความเร็วอยู่ที่ 250 - 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงผ่าน ค่าโดยสาร 2.5 บาท/กิโลเมตร เช่น ค่าโดยสาร หนองคายไป กทม. ขาเดียวประมาณ 1,540 บาท/เที่ยว และ ค่าโดยสาร ขอนแก่นไป กทม. ประมาณ 1,050 บาท/เที่ยว จะเดินอย่างไร กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เลือกที่จะเดินทางด้วยรถทัวร์ถึงร้อยละ 41.0 รองลงมาจึงเป็นรถไฟความเร็วสูง ร้อยละ 37.0 รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 12.9 รถไฟความเร็วธรรมดา ร้อยละ 5.0 มีเพียงร้อยละ 3.7 ที่เลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน แตกต่างจากกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เลือกเปลี่ยนมาเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง ร้อยละ 31.8 รองลงมาเลือกเดินทางด้วยรถทัวร์ ร้อยละ 29.2 รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 23.2 และเครื่องบิน ร้อยละ 23.2 รถไฟความเร็วธรรมดา ร้อยละ 1.7
นอกจากนี้เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างว่า การสร้างรถไฟความเร็วสูงสายอีสานเส้นทางใด จึงจะคุ้มค่ากับการลงทุนที่มีงบประมาณอย่างจำกัดมากที่สุด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 36.7 เห็นว่าเส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย มีความคุ้มค่าเหมาะสมที่สุด (โดยร้อยละ 43.2 ของกลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน เห็นว่าเส้นทางนี้มีความเหมาะสมในการลงทุนมากที่สุด) รองลงมาร้อยละ 18.5 เห็นว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี มีความเหมาะสม ตามมาด้วยร้อยละ 17.6 เห็นว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น มีความเหมาะสม และร้อยละ 17.1 เห็นว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี มีความเหมาะสม โดยมีเพียงร้อยละ 10.0 ที่เห็นว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีความเหมาะสม
"จากผลสำรวจจะเห็นว่า ครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง เห็นว่ารถไฟสายอีสานในปัจจุบันให้บริการในระดับ แย่ถึงแย่มาก ทั้งนี้หากค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงอยู่ที่ 2.5 บาทต่อกิโลเมตร กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ ยังคงเลือกเดินทางด้วยรถทัวร์เป็นหลักในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตามมาด้วยรถไฟความเร็วสูง และรถยนต์ส่วนตัว ตามลำดับ ส่วนรูปแบบการเดินทางของผู้มีรายได้สูง จะเน้นการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง รถทัวร์ รถส่วนตัว และเครื่องบิน ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 10 เที่เห็นว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เป็นเส้นทางที่เหมาะสมในการลงทุน อาจเป็นเพราะระยะทางจากนครราชสีมาไปยังกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ในระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งด้วยรถยนต์ โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่ม เห็นว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เป็นเส้นทางที่เหมาะสมกับการลงทุนมากที่สุด" นายสุทิน กล่าว









