วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 1-5 เมษายน 2556

เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าท้ายสัปดาห์ ขณะที่ หุ้นไทยปรับตัวลดลง จากแรงขายทำกำไรท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมือง

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ อีกทั้งมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับความต้องการใช้เงินของลูกค้าในช่วงวันหยุดยาว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน


ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. 56 จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์คงจะยังมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.18% ในวันศุกร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแรงขายในช่วงระหว่างสัปดาห์ จากความกังวลต่อความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และการที่ กนง. มีมติในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.76% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับ 1.85% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ หลังเครื่องชี้ภาคการผลิตสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ก่อนที่จะปรับขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าเฟดน่าจะยังคงมาตรการซื้อพันธบัตรต่อไป อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังเครื่องชี้ภาคการจ้างงานออกมาน่าผิดหวัง และความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทกลับมาแข็งค่าท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทย (นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ) และแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงที่สอดคล้องกับการดิ่งตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ (แม้ธุรกรรมจะเบาบางก่อนช่วงวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ) ท่ามกลางความหวังต่อเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง


ในวันศุกร์ (5 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.28 เทียบกับระดับ 29.28 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 มี.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (8-12 เม.ย. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.20-29.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาสถานการณ์หนี้ในยูโรโซน และผลต่อเนื่องหลังจากมาตรการผ่อนคลายเชิงรุกของธนาคารกลางญี่ปุ่น ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง-ภาคธุรกิจเดือนก.พ. ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นในเดือนเม.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค. อนึ่ง ธปท.มีกำหนดจะเปิดเผยรายงานนโยบายการเงิน ซึ่งจะมีประมาณการเศรษฐกิจที่ทบทวนใหม่ ในวันที่ 12 เม.ย.นี้


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่า โดยเงินยูโรได้รับแรงหนุนในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ จากข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชน และดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเงินยูโรค่อนข้างผันผวนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนครึ่งจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตหนี้ในยูโรโซนก่อนจะล้างช่วงติดลบ และทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามแรงซื้อคืนเงินยูโรของนักลงทุน หลังประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า พร้อมที่จะดำเนินการหากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว และยืนยันที่จะรักษายูโรโซนไว้ ขณะที่ แผนการช่วยเหลือไซปรัสไม่ใช่เป็นรูปแบบสำหรับการช่วยเหลือสมาชิกอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนึ่ง ECB ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0.75% ในการประชุมวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา


เงินเยนถูกเทขายอย่างหนักทั้งเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ และยูโร โดยเงินเยนอ่อนค่ากว่า 97 เยนต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศยกเครื่องนโยบายการเงินครั้งใหญ่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ภายใน 2 ปี โดย BOJ จะเปลี่ยนมาใช้ฐานเงินเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบาย และเริ่มโครงการซื้อสินทรัพย์แบบไม่จำกัดทันทีในวงเงิน 7.5 ล้านล้านเยนต่อเดือน ทั้งนี้ ฐานเงินของ BOJ จะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าสู่ 270 ล้านล้านเยนในปี 2557


ในวันศุกร์ (5 เม.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.2919 เทียบกับระดับ 1.2809 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 มี.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 96.29 เทียบกับ 94.25 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง จากแรงขายทำกำไรท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมือง ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,489.53 จุด ลดลง 4.58% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 16.07% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 52,112.25 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 459.11 จุด ลดลง 5.20% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ ก่อนที่จะทรงตัวในวันอังคาร ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี จากนั้นดัชนีปรับตัวลดลงในวันพุธ ท่ามกลางความกังวลที่ยังไม่เลือนหายไป อย่างไรก็ดี ดัชนีฟื้นตัวอีกครั้งในวันพฤหัสบดี หลังจากที่ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูลว่านายกรัฐมนตรีกระทำผิด ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ทั้งนี้ ในวันศุกร์ ดัชนีปรับร่วงลงอีกครั้ง จากแรงขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นด้านการเมือง


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงอยู่ในช่วงปรับฐาน สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ บันทึกการประชุมเฟด ยอดค้าปลีก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,480 และ 1,415 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,556 และ 1,560 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของการออกมาตรการผ่อนคลายรอบใหม่จาก BOJ โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 14,606.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.19% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลการผลิตของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันอังคารนำโดยหุ้นกลุ่มสุขภาพ หลังสหรัฐฯ อนุญาติให้มีการปรับเบี้ยประกันขึ้น 3.3% ก่อนที่จะปรับลดลงอีกครั้งในวันพุธ จากความกังวลเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ และตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง จากนัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนของการออกมาตรการผ่อนคลายรอบใหม่จาก BOJ


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น


ดัชนี Nikkei ปรับพุ่งขึ้น หลัง BOJ ออกมาตรการผ่อนคลายรอบใหม่ โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 12,833.61 จุด เพิ่มขึ้น 3.51% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มส่งออก หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงินขนานใหญ่ โดยการขยายฐานเงินขึ้นเกือบ 2 เท่าสู่ระดับ 270 ล้านล้านเยน ภายในสิ้นปี 2557